ะด้าง จินเฟยเยี่ยนก็ขมวดคิ้วเอ่ยสั่งสอนอย่างไม่พอใจ
เถ้าแก่เหลียงเฝิ่นยืนอยู่ด้านข้างอย่างกระอักกระอ่วน ยิ้มแย้มอย่างโง่งม ในใจกลับพึมพำ ผู้บำเพ็ญเซียนเหล่านี้ดูแล้วไม่ใช่คนดีอะไร ไม่อยากกินก็รีบไสหัวไปไกลๆ หน่อย อย่าได้ส่งผลกระทบถึงความอยากอาหารของลูกค้าคนอื่น วันนี้ข้าต้องอาศัยความจุกระเพาะของนายท่านคนนี้
“ศิษย์พี่อย่ามีโทสะเลย หอซานไห่ก็มาเปิดร้านที่นี่ พวกเราไปกินอาหารกัน ศิษย์น้องเจ้านี่ช่างน่าเบื่อจริงๆ คิดไม่ถึงว่าจะกล้าเรียกศิษย์พี่มากินอาหารที่นี่ อีกประเดี๋ยวให้เจ้าชำระบัญชีที่หอซานไห่” ศิษย์บุรุษอีกคนหนึ่งฉวยโอกาสไม่จ่ายเงิน พูดจนศิษย์ผู้นั้นหน้าซีด
อาหารที่หอซานไห่มีราคาแพง ถ้าคนกลุ่มนี้เข้าไปย่อมต้องสั่งอาหารอย่างเอาเป็นเอาตายแน่นอน สีหน้าของเขาซีดขาวอย่างน่ากลัว คิดจะเอ่ยว่าไม่เห็นด้วย กลับพบว่าทุกคนมองเขาด้วยรอยยิ้มปริ่ม ในดวงตามีแววล้อเลียน เขาขี่หลังเสือยากจะลง ได้แต่พยักหน้าตอบรับ
หอซานไห่ไม่เหมือนร้านอาหารอื่นๆ ผู้อื่นตั้งแผงเล็กๆ ตระกูลของเขากลับใช้หอมิติซึ่งเป็นของวิเศษขนาดใหญ่
อย่าเห็นว่าชื่อหอมีคำว่ามิติ ที่จริงไม่เกี่ยวกับพื้นที่มิติแม้แต่น้อย คนที่หลอมสร้างตั้งชื่อเอง นี่คือของวิเศษแก่นชีวิตของเจ้าของหอซานไห่ ร้านอาหารห้าชั้นที่ใช้ไม้ฉีเทียนหลอมสร้าง โต๊ะ เก้าอี้ ห้องครัว ชาม ตะเกียบ มีทุกสิ่งที่ต้องใช้สอย ไม่เสียทีที่เป็นเถ้าแก่ร้านอาหาร แม้แต่อาวุธเวทแก่