็บนอนอยู่เต็มไปหมด คนที่นอนอยู่ที่นี่ได้ ต่อให้ชนะก็บาดเจ็บหนัก รอบต่อไปจะรักษาชีวิตเอาไว้ได้หรือไม่ยังเป็นปัญหา
“ศิษย์พี่จิน กระบวนท่าเมื่อครู่ของท่านร้ายกาจยิ่ง ทุบตีจนคนของสำนักเป่ากวงตกเวที”
“ฮึ สำนักเป่ากวงก็แค่สำนักเล็กๆ ชั้นล่าง เพียงแต่อาศัยอยู่บนภูเขาเซียนซู่มานาน ก็กล้ามาอวดเบ่งต่อหน้าสำนักหลิงคงของข้า”
“ครั้งนี้ถ้าพวกเราได้ยาสร้างฐานทั้งหมด จะให้สำนักที่นึกว่าตนเองร้ายกาจเหล่านั้นรู้ว่าศิษย์ในสำนักของพวกเขาจึงเป็นเศษสวะ”
ผู้บำเพ็ญเซียนรุ่นเยาว์กลุ่มหนึ่งเดินทางแผงเฝิ่นเหลียง ห้อมล้อมสาวน้อยผู้หนึ่งเหมือนดาวล้อมเดือน พอจินเฟยเหยามองดู ไม่ใช่ใครอื่น เป็นจินเฟยเยี่ยน
ที่แท้เป็นพวกเศษสวะแห่งสำนักหลิงคง นางหันหน้าไปอย่างดูแคลน เมื่อครู่ไม่เห็นนางในฝูงชน อาจจะอยู่ที่เวทีอื่น ทางที่ดีอย่าเจอกันเลย ไม่เช่นนั้นจะให้นางได้ลิ้มรสก้อนหินกระแทกใบหน้า
พวกนางเดินมาถึงข้างกายจินเฟยเหยา มีผู้บำเพ็ญเซียนบุรุษคนหนึ่งเอ่ยถามอย่างสนิทสนม “ศิษย์พี่ ที่นี่มีแผงเหลียงเฝิ่น ทุกคนอยากจะพักทานอาหารที่นี่สักนิดหรือไม่ อย่างไรเสียก็ไปจากแถวนี้ไม่ได้ นั่งที่นี่ดีกว่า”
“ศิษย์น้อง จะกินอาหารในสถานที่เช่นนี้ได้อย่างไร? พวกเราเป็นผู้บำเพ็ญเซียน กินได้แต่สิ่งที่มีปราณวิญญาณ ขยะที่คนธรรมดากินเช่นนี้ จะกินเป็นอาหารได้อย่างไร”
เห็นโต๊ะเก่าๆ ในแผงเหลียงเฝิ่น และผู้บำเพ็ญเซียนบุรุษที่กินเหลียงเฝิ่นอย่างหยาบกร