่า “สหายเซียนท่านนี้ ข้าน้อยคือหวาซีแห่งสำนักชิงโซ่ว สหายของข้านัดข้ามาพบที่นี่ บอกว่าบนโต๊ะข้างหน้าต่างจัดวางกบผานอวิ๋นไว้ตัวหนึ่ง ไม่ทราบว่ากบผานอวิ๋นตัวนี้เป็นของสหายเซียนหรือไม่?
ชายฉกรรจ์วางถ้วยสุราลง ในดวงตาเต็มไปด้วยความดูแคลน “กบผานอวิ๋น? เจ้าเป็นคนมอบเจ้านี่ให้ข้ามิใช่หรือ จะเสแสร้งทำไม ยังไม่นั่งลงอีก ถ้าในเมืองลั่วเซียนไม่ให้ผู้บำเพ็ญเซียนต่อสู้กัน ข้าคงโยนเจ้าลงจากหอไปนานแล้ว”
ได้ยินเสียงเด็กผู้หญิงอันคุ้นเคยดังมาจากปากชายฉกรรจ์ผู้นี้ หวาซีก็มองนางอย่างตกตะลึง พูดติดอ่างขึ้นมา “เจ้า…เจ้าคือจินเฟยเหยา เจ้าเป็นอะไรไป เหตุใดจึงกลายเป็นเช่นนี้ไปได้? ข้าไม่ได้พบเจ้าแค่สองปี คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะโชคร้ายอย่างยิ่ง เจ้าจะชิงร่าง[1] ก็ไปหาสตรีสิ ต่อให้พลาดโอกาส หาร่างสตรีไม่ได้ ก็เลือกบุรุษธรรมดาหน่อยสิ เจ้าลองดูร่างที่เจ้าชิงมาสิ ทำให้ข้าตกตะลึงจริงๆ”
“เจ้าพูดอะไรน่ะ ผู้ใดชิงร่าง นี่เป็นผลข้างเคียงหลังจากข้ากินยา หลังจากข้าบรรลุขั้นสร้างฐานก็น่าจะฟื้นฟูเป็นดังเดิม” จินเฟยเหยามองเขาอย่างเหยียดหยาม จะตกใจกับเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ทำไม
นึกถึงตอนที่ตนเองเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งแรก ระดับความตื่นตกใจก็ไม่น้อยไปกว่าเขา ว่าไปแล้วก็น่าอาย จินเฟยเหยาร้องไห้อยู่หน้ากระจกในห้องถึงสามวันเต็มๆ สุดท้ายจึงคิดตก หลังจากนางปิดด่านกักตนแล้วปรากฏตัวขึ้นในเรือนสี่สิบสี่ ก็ทำให้คนในเรือนตกใจไม่น้อยเช่นกัน แ