ต่ละคนล้วนนึกว่านางชิงร่าง ทำให้นางต้องอธิบายอยู่นาน
หวาซีลากเก้าอี้มานั่ง เอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ยาที่เจ้ากินคือยาอะไร คิดไม่ถึงว่าจะมีฤทธิ์แรงเช่นนี้?”
ได้ยินหวาซีถามเช่นนี้ จินเฟยเหยาก็เอ่ยด้วยสายตาเป็นประกาย “ไม่ใช่ยาที่แปลกประหลาดอะไร เป็นตำรับยาที่สามารถเพิ่มพลังการบำเพ็ญเพียรและสร้างกล้ามเนื้อที่ได้มาโดยบังเอิญ คิดว่าถ้าความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นหนึ่งส่วน โอกาสที่จะเบียดเข้าไปอยู่ในห้าร้อยคนก็จะเพิ่มขึ้นอีกนิด ข้าหลอมเองเม็ดหนึ่ง อาจเป็นเพราะความสามารถในการหลอมยามีจำกัด ยานี้จึงมีคุณภาพต่ำไปบ้าง ดังนั้นจึงกินจนกลายเป็นเช่นนี้”
จากนั้นนางก็เอ่ยด้วยเสียงดังขึ้น “ทว่าพลังการบำเพ็ญเพียรของข้าเพิ่มขึ้นจริงๆ ใช้เวลาเพียงสองปีก็บรรลุขั้นฝึกปราณช่วงปลาย อีกทั้งร่างกายยังยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง ตอนนี้ถ้าข้าให้เจ้าต่อยข้าโดยที่ข้าไม่ตอบโต้ เกรงว่าเจ้าคงทำร้ายข้าไม่ได้”
“นี่เจ้ากำลังปลอบใจข้าอยู่หรือ?” หวาซีมองนางอวดกล้ามเนื้อบนแขนอย่างกระหยิ่ม ไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ดูเหมือนเขาจะนึกอะไรขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน เอ่ยถามอีกว่า “ร่างกายของเจ้าในตอนนี้ กลายเป็นบุรุษแล้วใช่หรือไม่?”
จินเฟยเหยาหัวเราะฮาๆ หยิบถ้วยสุราขึ้นบีบเบาๆ ถ้วยสุราก็ถูกนางบีบจนกลายเป็นผุยผงโดยไร้เสียง กระเด็นลงบนโต๊ะ
จากนั้นนางจึงชี้กบผานอวิ๋นบนโต๊ะ เอ่ยยิ้มกริ่ม “ตอนนี้ข้าใจกว้างประดุจทะเล เจ้าอย่านึกว่าทำเช่นนี้จะยั่ว