ให้ข้าเกิดโทสะได้ ข้าบอกเรื่องของพั่งจื่อ[2]กับเจ้าในยันต์ถ่ายทอดเสียงแล้ว เจ้ารีบอธิบายข้ามาเสีย ถ้าทำให้ข้าพอใจไม่ได้ ชั่วชีวิตนี้เจ้าอย่าหมายจะออกจากสำนักหรือเมืองลั่วเซียนเลย”
“พั่งจื่อ? เจ้าตั้งชื่ออะไรให้กบผานอวิ๋นตัวนี้เนี่ย ช่างไร้รสนิยมจริงๆ” หวาซีมองกบผานอวิ๋นบนโต๊ะ ที่รูปร่างใหญ่กว่ากบผานอวิ๋นธรรมดาหลายเท่า นั่งตัวอ้วนกว่ากระปุกสุราอยู่บนโต๊ะ ไม่รู้ว่าอ้วนเกินไป หรือว่ากบผานอวิ๋นโตแล้วเป็นเช่นนี้ หวาซีรู้สึกว่ากบผานอวิ๋นตัวนี้ดูเหมือนจะโง่งมเป็นพิเศษ
โดยพื้นฐานแล้วมันนั่งอยู่บนโต๊ะไม่ได้ขยับสักนิด สายตาก็ซึมเซาไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ นานมากก็ไม่เห็นลูกตาของมันขยับ เพียงแต่กับข้าวบนโต๊ะ ไม่มีใครขยับตะเกียบ ก็หายไปอย่างรวดเร็ว ทั้งหมดถูกลิ้นยาวๆ ของมันตวัดไปอย่างรวดเร็ว
“อย่าเปลี่ยนเรื่อง เจ้ารีบอธิบายข้ามา ถ้าเจ้าไม่ได้ปิดด่านกักตนสองปี ข้าหาเจ้าไม่พบ โทสะคลายลงไปไม่น้อย ไม่เช่นนั้น เจ้านึกว่าข้ายังสามารถมานั่งพูดคุยกับเจ้าที่นี่ได้อย่างสงบเยือกเย็นขนาดนี้หรือ?” จินเฟยเหยายื่นนิ้วออกมาเคาะโต๊ะ เอ่ยอย่างไม่พอใจยิ่ง
หวาซีไม่ยุ่งกับชื่อของพั่งจื่ออีก หัวเราะหึหึ จึงเอ่ยคำพูดที่คิดไว้ระหว่างทางออกมา “เรื่องนี้ข้าเคยไปถามศิษย์พี่เซียวแล้ว เขาซื้อไข่มาจากแผงข้างทาง และดูไม่ออกว่าเป็นของปลอม ตอนนี้คิดจะไปเอาเรื่องก็เป็นไปไม่ได้แล้ว ของปลอมที่แบขายกับดินแบบนี้ พอขายสำเร็จก็จะเป