มาขี่ก็ไม่ได้ ไม่มีประโยชน์เลยสักนิด อีกทั้งได้ยินว่าเจ้ากินเก่ง ข้าเลี้ยงสัตว์ที่ไร้ประโยชน์ไม่ไหว ไปตามบุญตามกรรมเถอะ” จินเฟยเหยาเดินคอตกอย่างหดหู่ ไม่สนใจกบผานอวิ๋นที่กระโดดตามนางมาติดๆ เลยสักนิด
กบผานอวิ๋นราวกับฟังคำพูดของนางรู้เรื่อง หยุดลง แล้วกระโดดพุ่งเข้าไปในพงหญ้าข้างทาง
จินเฟยเหยาส่ายศีรษะ ไปเสียก็ดี ฆ่ามันไปก็ระบายความแค้นไม่ได้ ถ้าจะฆ่าก็ต้องฆ่าเจ้าคนหลอกลวงหวาซี นางกำหมัดแน่น คิดไม่ถึงว่าจะกล้าหลอกข้า รอเจ้าออกจากด่าน ข้าจะชกหัวสุนัขของเจ้าให้กระจุย
“อ๊บๆ” ด้านหลังมีเสียงร้องของกบผานอวิ๋นดังมาอีก มาอีกแล้ว จินเฟยเหยาหมุนตัวไปอย่างมีโทสะยกเท้าขึ้นเอ่ยคำรามเสียงดังว่า “ในเมื่อเจ้าอยากตาย ข้าก็จะส่งเจ้าขึ้นสวรรค์”
ทว่าหลังจากเห็นกบผานอวิ๋นแล้ว เท้าที่ยกขึ้นก็หยุดชะงัก เห็นในปากกบผานอวิ๋นคาบดอกไม้ป่าน่ารักหนึ่งดอก เบิกตาโตมองนางอย่างน่าสงสาร
จินเฟยเหยาหนังศีรษะชา มารดามันเถอะ ผู้ใดบอกว่าเจ้าสิ่งนี้สมองเล็กนิดเดียวสติปัญญาต่ำตม คิดไม่ถึงว่าเจ้านี่กำลังแสร้งทำเป็นน่าสงสารและประจบเอาใจนาง
[1] ตั๊กแตนที่อยู่บนเชือกเส้นเดียวกัน หมายถึง ลงเรือลำเดียวกัน อยู่ในสภาพหรือสถานการณ์เดียวกัน ถ้าตายก็ตายด้วยกัน