าจับตาดูรอบเมืองลั่วเซียนแล้วเพราะมีธุระในสำนัก
ป้ายหยกเข้าสำนักเฉวียนเซียนของจินเฟยเหยาถูกเผาจนไม่เหลือซากไปนานแล้ว ได้แต่ไปทำใหม่อีกอัน จากนั้นคิดจะกลับไปดูว่าหลิ่วฉี่ปอและติงเทียนเฉิงมีชีวิตรอดกลับมาหรือไม่ ไม่รอให้นางเอ่ยปากสอบถาม พอพนักงานที่จัดการธุระในสำนักเฉวียนเซียนได้ยินชื่อของนาง ก็เอ่ยอย่างตกตะลึงทันที “คิดไม่ถึงว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่!”
“สหายเซียนหมายความว่าอย่างไร หรือว่าข้าตายจึงเป็นเรื่องปกติ?” จินเฟยเหยาไม่พอใจ เหตุใดจึงมีคนเช่นนี้ด้วย เห็นคนอื่นหนีรอดจากความตายมาไม่ได้หรือ?
“เปล่า ไม่ได้หมายความเช่นนั้น เพียงแต่เจ้าสามารถหนีรอดจากเงื้อมมือของสำนักมารได้ อีกทั้งดูแล้วไม่ได้รับบาดเจ็บใดๆ ดังนั้นข้าจึงตกตะลึงเกินไป สหายเซียนจินโปรดอย่ามีโทสะเลย” ศิษย์ทำธุระคนนี้ก็รู้สึกว่าตนเองพูดผิด จึงรีบอธิบาย
“เรื่องนี้แพร่ไปทั่วแล้ว?”
เห็นจินเฟยเหยามีสีหน้าไม่เข้าใจ ศิษย์ทำธุระจึงเอ่ยว่า “วันนั้นติงเทียนเฉิงพาร่างที่บาดเจ็บกลับมาแจ้งข่าว ทว่าข่าวที่เขาให้ไม่ค่อยชัดเจนเท่าใด ตอนแรกรู้ว่าเป็นสำนักมาร ตอนนั้นมีคนไม่เชื่อ เมื่อในสำนักส่งคนไปจึงพบว่าคนของสำนักมารไปกันหมดแล้ว เหลือเพียงซากศพหลายซากของสำนักหลิงคง พบหลิ่วฉี่ปอในสถานที่ซึ่งอยู่ห่างจากเขาจี๋เหนี่ยวหลายร้อยหลี่ ตอนนั้นบาดแผลสาหัสยิ่ง จนถึงตอนนี้ยังหมดสติอยู่ ขณะติงเทียนเฉิงกลับมาก็เหลือเพียงครึ่งชีวิต เบื้องบนให้เขายืมถ้ำที่