“พวกเขาเป็นคนของสำนักมาร พวกเรารีบไปเร็ว” เห็นควันสีดำที่พ่นออกมา ติงเทียนเฉิงที่มีนิสัยไม่ค่อยพูดพลันตะโกนออกมา อัดกระแทกเวทมนตร์ในมือใส่สัตว์ปิศาจรอบด้านอย่างสุดชีวิต จากนั้นผลักหลิ่วฉี่ปอให้วิ่งไปที่ทางออก
“มาแล้วก็อย่าคิดจะจากไป จงรั้งอยู่เสียเถอะ”
ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานรูปร่างอ้วนเตี้ยสั่นธงสีดำในมือ ควันสีดำสองสายก็พุ่งออกมานอกวงเวทตรงเข้าใส่พวกเขา สายหนึ่งรัดเอวของผู้บำเพ็ญเซียนคนหนึ่ง ฉุดลากเขากลับเข้าไปในวงเวทอย่างรุนแรง ส่วนอีกสายหนึ่งพุ่งเข้าหาติงเทียนเฉิง
ติงเทียนเฉิงใช้มือผลักหลิ่วฉี่ปอ ตนเองสะอึกเข้ารับหน้า คิดจะขัดขวางควันสีดำเอาไว้ เขาควบคุมกระบี่วิญญาณพุ่งเข้าหา พอกระบี่วิญญาณสัมผัสควันสีดำก็ถูกกัดกร่อนจนกลายเป็นสีดำและสูญเสียจิตวิญญาณไปในพริบตา กลายเป็นกระบี่ธรรมดาเล่มหนึ่ง เขาตกตะลึง รีบถอยหลังไป ทว่าควันสีดำพุ่งเข้ามาถึงเบื้องหน้าแล้ว แลเห็นว่ากำลังจะจับตัวเขาไว้
ในขณะนี้เอง จินเฟยเหยาก็พุ่งขึ้นมา กำปั้นพกพาไฟนรกตรงเข้าต่อยใส่ควันสีดำ
“เพี๊ยะ” ควันสีดำที่สามารถกัดกร่อนอาวุธเวทได้ถูกหมัดของจินเฟยเหยาต่อยสลายไป ทำให้ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานร่างอ้วนเตี้ยซึ่งเป็นเจ้าของธงสีดำรู้สึกตกตะลึง ในขณะนี้เอง ภูติศพตัวหนึ่งพุ่งเข้ามา พลังวิญญาณในร่างจินเฟยเหยาพวยพุ่ง เกล็ดหิมะนรกปรากฏขึ้นรอบกายในพริบตา พอเกล็ดหิมะสีฟ้าสัมผัสร่างภูติศพก็ส่งเสียงเพี๊ยะพะราวกับผัดถั่ว
ไฟส