อย่างไรเสียแมงมุมตาผีขั้นหนึ่งก็ไม่เป็นอันตรายต่อพวกเขา ทุกคนจึงไม่ได้บังคับให้ผู้บำเพ็ญเซียนโคลนเหลืองนำหินแสงราตรีออกมา ทุกคนติดตามอยู่ด้านหลังจินเฟยเหยา เดินไปข้างหน้าอย่างช้าๆ
เสียงซ่าซ่าของแมงมุมตาผีอยู่ข้างหู ทว่ากลับรักษาระยะห่างจากพวกเขามาตลอด จินเฟยเหยาเบิกทางได้อย่างง่ายดาย เดินมาเกือบหนึ่งชั่วยาม ตลอดทางไม่มีอะไรน่าประหลาดใจ ปีนขึ้นเดินลง กระโดดข้ามหลุมลึกสิบกว่าจั้ง ข้ามแม่น้ำใต้ดินที่เย็นจัด ทรมานอยู่นาน ในที่สุดก็มาถึงถ้ำที่ถือว่าใหญ่แห่งหนึ่ง
ด้านบนของถ้ำมีหินงอกขนาดใหญ่น้อยไม่เท่ากันอยู่เต็มไปหมด บนพื้นก็เต็มไปด้วยหินย้อยที่สูงต่ำไม่เท่ากัน ตรงกลางถ้ำมีหินย้อยที่สูงอันหนึ่ง ด้านบนของหินมีถ้ำขนาดเท่าอ่างล้างหน้า ด้านในเต็มไปด้วยของเหลวสีดำ
ดอกบัวสูงสามฉื่อทั่วดอกมีสีแดงเพลิง เบ่งบานอยู่ในของเหลวสีดำ ในของเหลวสีดำยังมีใบบัวสองใบที่มีสีแดงเพลิงเช่นเดียวกัน กลิ่นหอมสดชื่นจางๆ ล่องลอยอยู่ในถ้ำ
“พวกเจ้าเฝ้าทางออกไว้ ข้าจะไปเด็ดบัวเซียนอัคคี” เฉียนเฟิงเห็นบัวเซียนอัคคี ดวงตาก็เปล่งประกาย ให้ทุกคนเฝ้าทางออกไว้
เดิมทีจินเฟยเหยายังมองรอบด้านอย่างตึงเครียด เกรงว่าภูติศพขั้นสามจะกระโดดออกมาอย่างกะทันหัน ทว่าในถ้ำอย่าว่าแต่ภูติศพขั้นสามเลย ขนาดแมงมุมตาผีขั้นสองก็ยังไม่มีสักตัว นางติดตามอยู่ข้างกายหลิ่วฉี่ปออย่างสงสัย เดินมาเฝ้าตรงทางออก
เฉียนเฟิงและผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานสองค