มขยับอย่างรุนแรงขึ้นมา ความปรารถนาอยากกินอาหารพุ่งทะยานอย่างเป็นประวัติการณ์ ภูติศพขั้นสามช่วงปลาย มีพละกำลังเทียบได้กับผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานช่วงกลางและช่วงปลาย ต่อให้ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณช่วงปลายสามคนต่อกรกับภูติศพตัวเดียว ก็ได้แต่ถูกโจมตีฝ่ายเดียว
พวกจินเฟยเหยาสามคนยืนอยู่ในมุมหนึ่ง สิ่งที่ต่อสู้พัวพันกับพวกเขาคือภูติศพขั้นสามช่วงกลาง มือซ้ายของหลิ่วฉี่ปอถือคันธนูเล็กๆ สีทอง พลังวิญญาณในมือขวากลายเป็นลูกธนูวิญญาณสีทอง ยิงใส่ร่างของภูติศพดอกแล้วดอกเล่า ส่วนติงเทียนเฉิงใช้เวทควบคุมวัตถุควบคุมกระบี่วิญญาณชั้นยอดเล่มหนึ่งที่มีแสงรัศมีเจิดจ้าฟาดฟันใส่ภูติศพ
สามารถควบคุมกระบี่วิญญาณธรรมดาด้วยเวทควบคุมวัตถุได้เหมือนเวทขี่กระบี่ซึ่งเมื่อถึงขั้นสร้างฐานจึงจะได้เรียน ทำให้จินเฟยเหยาทอดถอนใจอย่างชื่นชม ในใจนับถือเขาอย่างยิ่ง ทุกคนล้วนต้านทานภูติศพอย่างสุดกำลัง จินเฟยเหยากลับจงใจซ่อนฝีมือเอาไว้ นางไม่ได้ใช้หัตถ์ไฟนรก ทว่าใช้แค่ดาบโค้งวงเดือนในมือประสานเข้ากับเวทอัคคีต่อกรภูติศพ
ในขณะที่ทุกคนกำลังต่อกรกับภูติศพอย่างยากลำบาก ก้อนหินด้านบนถ้ำพลันขยับอย่างกะทันหัน แมงมุมตัวใหญ่ครึ่งจั้ง แบกร่างกายที่เหมือนกับก้อนหินมาปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าทุกคน
“แมงมุมตาผีขั้นสอง!” คิดไม่ถึงว่าแมงมุมตาผีจะเข้ามาร่วมสนุกด้วยในยามนี้ ทุกคนร้อนใจจนเดือดดาล
จินเฟยเหยาขมวดคิ้ว คิดไม่ถึงว่าแมงมุมตาผีขั้นสองเห