รออีกครู่หนึ่ง ก็มีผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณช่วงกลางและช่วงปลายมาเจ็ดคน จำนวนคนทั้งหมดมีถึงสิบสี่คน นั่งจนเต็มโต๊ะสามโต๊ะของแผงบะหมี่ คนที่เดินผ่านมาเห็นที่นี่มีคนมากมาย นึกว่าค้าขายดีเป็นพิเศษ ก็เข้ามาร่วมสนุกด้วย ยืนอยู่อีกด้านหนึ่งรอแย่งที่นั่งกินบะหมี่ สามีภรรยาชราสองคนทำจนมือเป็นระวิง
เห็นคนมารวมตัวกันที่นี่มากขึ้นทุกที เฉียนเฟิงก็รู้สึกช่วยไม่ได้อยู่บ้าง เขาเลือกแผงบะหมี่เล็กๆ แห่งนี้โดยเฉพาะ ก็เพื่อไม่อยากดึงดูดสายตาคน แต่คิดไม่ถึงว่าคนที่เดินผ่านทางเหล่านี้จะเบียดเสียดมา ไม่มีที่นั่งก็นั่งยองๆ กินบะหมี่อยู่ข้างทาง
เขาไม่ว่างแจ้งทุกคนว่าต้องไปที่ใด จึงได้แต่พาทุกคนจากไปก่อน
จินเฟยเหยาก็ตื่นตระหนก เหตุใดแผงบะหมี่จึงมีคนมากมายขนาดนี้ นางล้วงเศษศิลาวิญญาณที่ค่อนข้างใหญ่ก้อนหนึ่งชำระบัญชี แล้วลุกขึ้นยืนติดตามทุกคนไป
ทว่านางเพิ่มความระแวงขึ้น ฉวยโอกาสตอนนี้ที่คนมากมายส่งเสียงเอะอะ รีบฉุดดึงหลิ่วฉี่ปอ พึมพำเสียงเบา พวกนางสามคนเป็นคนของสำนักเฉวียนเซียน หากพบเจออันตรายเคลื่อนไหวพร้อมกันสามคนจะดีกว่า และพึ่งพาได้มากกว่าคนที่ไม่รู้จักเหล่านั้น
ทว่านางเพียงแค่คาดเดาโดยไร้หลักการ ไม่มีหลักฐานสักนิด หลังจากหลิ่วฉี่ปอได้ยินก็แค่พยักหน้า บอกให้ระวังหน่อย ส่วนจินเฟยเหยาก็หวังว่าตนเองคงคิดมากไป หากทำภารกิจสำเร็จได้อย่างราบรื่นเป็นดีที่สุด
เพราะกลัวว่าสถานที่ซึ่งมีหญ้าวิญญาณจะรั่วไหลออกไป ดัง