ที่มีเสียงดังมา ปากยังเอ่ยว่า “ใครกันแน่ จึงทำเรื่องแบบนี้ออกมาได้ในยามที่จริงจัง”
ตอนนางลุกขึ้นยืนมองเห็นคนผิดที่นั่งโดดเดี่ยวและรอบกายเป็นพื้นที่ว่าง ก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง นี่หลี่เอ้อร์เกินมิใช่หรือ ผู้บำเพ็ญเซียนรอบกายของเขาทั้งหมดหนีไปอยู่ไกลๆ เขายังนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างโง่งม กินมันเผาอย่างไม่ใส่ใจ และยังถามผู้บำเพ็ญเซียนรอบด้านว่าอยากกินหรือไม่
จินเฟยเหยารีบนั่งหันหลังให้เขา ก้มหน้าลงแล้วใช้มือปิดใบหน้า นางไม่อยากถูกหลี่เอ้อร์เกินจดจำได้ หากทักทายนางขึ้นมายังรับไหวอยู่หรือ
ในยามนี้ ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานที่มาบรรยายก็ปรากฏตัวขึ้น เขาเหยียบกระบี่บินเล่มหนึ่ง ปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศอย่างน่าเกรงขาม นี่เป็นการบรรยายครั้งแรกของเขาที่เป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐาน ก่อนหน้านี้ยังสอบถามขั้นตอนคร่าวๆ กับผู้บำเพ็ญเซียนที่รู้จักกันโดยเฉพาะพอรู้แล้วจึงใช้กระบี่เวทที่ทรงอำนาจมากที่สุดของตนเองแหวกนภามา
เขาได้ยินเสียงระฆังก่วงเทียนแต่ไกล จึงจงใจเหินบินช้าลง เตรียมปรากฏตัวต่อหน้ากลุ่มผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณ อย่างมีมาด ไหนเลยจะรู้ ตอนเขาบินมาถึงเหนือแท่นฟังตำรา กลับเห็นผู้เยาว์รุ่นหลังขั้นฝึกปราณเหล่านั้นกำลังหัวเราะกันลั่น รอบด้านมีเสียงเอะอะ ไม่ได้เงียบเสียงอย่างเคารพนบนอบเหมือนที่เคยได้ยิน
ผู้อื่นมาบรรยาย ผู้เยาว์รุ่นหลังเหล่านี้ยังเคารพนบนอบ กลัวว่าจะล่วงเกินพวกเขา ตนเองมาบรรยาย คิดไม่ถึง