จากที่นี่ทว่ากลับไม่กล้าขยับ
สุดท้าย ตอนที่ทุกคนใกล้จะทนไม่ไหว เขาก็คิดว่าน่าจะได้เวลาแล้ว จึงยืนขึ้นเก็บพลังกดดันบนร่าง
ผู้บำเพ็ญเซียนทุกคนต่างโล่งอก ทว่ายังไม่รอให้ทุกคนได้สติคืนมา ก็เห็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานผู้นั้นเอ่ยอย่างเย็นชา “เรื่องที่ข้าจะบรรยายในวันนี้คือ ขี่อาวุธเวทเหินบิน พวกเจ้าทั้งหมดดูให้ดี”
พอสิ้นเสียง เขาก็เหยียบขึ้นบนกระบี่บินที่แวววับจับตาเล่มนั้น แล้วแหวกนภาหายไปกลางอากาศ เหลือเพียงเงาหลังไว้ให้เหล่าผู้บำเพ็ญเซียน
ทุกคนยังนั่งเงียบอยู่ที่เดิม มองเขาหายไปกลางท้องนภาในเวลาไม่กี่อึดใจ มิใช่พวกเขาไม่อยากจากไปทันที ทว่าถูกพลังกดดันบีบคั้นอยู่หนึ่งชั่วยาม ขาอ่อนไปนานแล้ว ต้องนั่งฟื้นฟูเรี่ยวแรงอยู่ที่เดิม
“โชคดีที่เขาไปแบบนี้ ทั้งหมดต้องโทษเจ้าคนผายลมนั่นที่ทำให้ทุกคนเดือดร้อน” หลิ่วฉี่ปอหอบหายใจแฮ่ก ขมวดคิ้วเอ่ย
สภาพของจินเฟยเหยาก็ไม่ดีกว่านางเท่าใด ทว่าไม่กล้าเอ่ยว่าตนเองรู้จักหลี่เอ้อร์เกิน จึงได้แต่เอ่ยอย่างโกรธแค้น “จริงๆ เลย แก่ป่านนี้แล้ว คิดไม่ถึงว่าจะทำเรื่องน่าเบื่อหน่ายเช่นนี้ นั่งโง่งมอยู่บนแท่นรังแกคน ผู้อาวุโสอะไร ไร้เหตุผลสิ้นดี”
“สหายเซียนจิน เจ็ดวันให้หลังพวกเราจะออกเดินทางแต่เช้าตรู่ เจ้าอย่าลืมเสียล่ะ ถึงตอนนั้นข้าจะรอเจ้าตรงประตูใหญ่” หลิ่วฉี่ปอยืนขึ้น นวดขาที่เป็นเหน็บชา
ทุกคนมาฟังบรรยายแต่เช้า สุดท้ายคิดไม่ถึงว่าต้องมารับการลงทัณฑ์เปล่าๆ รอบ