ำเพ็ญเซียนสตรีเยอะๆ บุรุษน้อยๆ ก็ได้ยินคนตะโกนเรียกตนเองในกลุ่มคน นางเงยหน้าขึ้นมองไป ก็เห็นคนงามที่หลุดพ้นโลกีย์ยืนโบกมือให้นางอยู่ในกลุ่มคน
“ที่แท้เป็นสหายเซียนหลิ่ว เจ้ามาเช้ายิ่ง” คนผู้นี้พอดีเป็นหลิ่วฉี่ปอที่เคยพบหน้ากันครั้งหนึ่ง เห็นตำแหน่งที่นางอยู่ใกล้ด้านหน้า รอบด้านไม่ค่อยเบียดเสียดนัก จินเฟยเหยาจึงเดินเข้าไปทักทาย
เพราะคนรอบด้านล้วนนั่งอยู่ พวกนางสองคนยืนคุยกันไม่ค่อยดีนัก ทั้งสองคนจึงนั่งลงเคียงข้างกัน
“สหายเซียนจิน นับตั้งแต่จากกันวันนั้น ก็ไม่ได้พบสหายเซียนอีก ขนาดฟังบรรยายยังไม่เคยเห็นเจ้ามา” หลิ่วฉี่ปอมองนางแล้วเอ่ยเบาๆ
จินเฟยเหยานึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้นางบอกให้ตนเองไปหา ทว่าตนเองลืมสนิท ได้แต่เอ่ยอย่างขัดเขิน “ช่วงนี้ข้ายุ่ง ไม่มีเวลาว่าง วันนี้ว่าง ได้ยินว่ามีการบรรยายจึงมา ไม่รู้ว่าเรื่องที่บรรยายในวันนี้คืออะไร? จะได้เรียนสิ่งที่ข้าต้องการหรือไม่”
“สหายเซียนจินคิดมากเกินไป ไม่ว่าบรรยายเรื่องอะไร ก็เป็นประสบการณ์ความรู้ของผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐาน ล้วนมีประโยชน์สำหรับพวกเรา ฟังจากน้ำเสียงของสหายเซียนจิน ดูเหมือนจะมีเรื่องที่อยากเรียนเป็นพิเศษ?” หลิ่วฉี่ปอเอามือป้องปากหัวเราะอย่างงดงาม
“ตอนนี้ข้ากำลังเรียนหลอมยา ยังไม่สำเร็จเลยสักครั้ง อยากฟังประสบการณ์ความรู้ของผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่นๆ การปิดประตูต่อรถ[1]นี้คืบหน้าช้าเกินไป” จินเฟยเหยาเคยหลอมยามาครั้งหนึ่ง นางอยา