ระสบการณ์เล็กน้อยที่ข้าได้เรียนรู้มาตอนหลอมยาเป็นประจำ ไม่นับว่าเป็นอะไร ถ้าอยากจะช่วย ข้ามีเรื่องหนึ่งอยากรบกวนสหายเซียนจิน”
“หา…” จินเฟยเหยาอ้าปากอย่างตกตะลึง มีจริงๆ หรือ
เห็นท่าทางตกตะลึงของนาง หลิ่วฉี่ปอใช้นิ้วปิดปากหัวเราะอีกครั้ง “สหายเซียนจินไม่ต้องกังวล สำหรับเจ้าแล้วถือเป็นเรื่องดี”
“เปล่า ข้ามิได้ไม่ยินยอม เรื่องอันใด เชิญสหายเซียนหลิ่วกล่าวมา” จินเฟยเหยาขัดเขินนิดๆ โชคดีที่หนังหน้านางหนาพอ พอได้สติขึ้นมาก็เอ่ยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ข้ารับงานช่วยผู้อื่นเก็บหญ้าวิญญาณมา มิได้รับมาจากสำนักเฉวียนเซียน ได้ค่าตอบแทนไม่เลว คนหนึ่งได้ถึงหนึ่งพันศิลาวิญญาณ เพราะมีคนไม่พอดังนั้นจึงคิดจะให้สหายเซียนจินไปด้วยกัน”
จินเฟยเหยาส่ายศีรษะเอ่ยว่า “แค่เก็บหญ้าวิญญาณ ถึงกับให้ค่าตอบแทนสูงขนาดนี้ คาดว่าคงอันตรายมาก”
หลิ่วฉี่ปอพยักหน้าไม่ปฏิเสธ “นั่นเป็นบัวเซียนอัคคีอายุหกร้อยปี มีภูติศพที่กลายร่างแล้วตัวหนึ่งเฝ้าอยู่ เพิ่งเข้าสู่ขั้นสามเท่านั้น ยังไม่สำเร็จวิชา”
“ภูติศพ ถ้าเพิ่งเข้าสู่ขั้นสาม ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณจำนวนมากหน่อยยังสามารถจับกุมได้” จินเฟยเหยารู้จักของสิ่งนี้ เกิดขึ้นหลังจากซากศพของผู้บำเพ็ญเซียนมีการเปลี่ยนแปลงอย่างผิดปกติ ภูติศพขั้นสามเพิ่งมีสติปัญญา นอกจากหน้าตาน่าขยะแขยง มีพลังมากเป็นพิเศษและมีพิษร้ายแรง ก็ไม่มีอะไรน่ากลัว
“ภูติศพไม่ใช่ปัญหา ข้อสำคัญคือบัวเซียนอัคคีง