จินเฟยเหยาตกตะลึง คนผู้นี้เลี้ยงสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณจนบ้าไปแล้ว
ในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียนอย่างอื่นมีไม่มาก แต่มีคนวิปริตอยู่เต็มไปหมด มีคนบ้าที่เห็นสัตว์สำคัญกว่าคนเช่นนี้ก็ไม่มีอะไรน่าตกใจ จินเฟยเหยาไม่เอ่ยถามถึงปัญหาข้อนี้อีก เพียงแค่ถามเรื่องที่นางอยากถามมานาน “ตอนนั้นสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณไม่สนใจข้า ทว่าตรงเข้าไปกินอี่ซาน เจ้าใช้เล่ห์กลอะไรไว้แต่แรกใช่หรือไม่?”
หวาซียิ้มไม่เอ่ยตอบ ทว่านำกล่องหยกเล็กๆ ออกมาจากในตัววางลงบนโต๊ะแล้วเอ่ยถาม “ข้ามียาบำรุงโฉมสามารถชะลอรูปโฉมไม่ให้แก่เฒ่า เจ้าต้องการหรือไม่? หนึ่งปีกินเพียงเม็ดเดียว ถึงแม้ประสิทธิผลจะเทียบไม่ได้กับยาคงรูปโฉมที่กินหนึ่งเม็ดจะไม่แก่เฒ่าไปตลอดชีวิต ทว่าขอเพียงกินอย่างต่อเนื่องก็จะไม่แก่เฒ่า”
“เหตุใดจึงนึกอยากให้ของดีเช่นนี้แก่ข้าอย่างกะทันหัน?” หัวข้อสนทนาพลันถูกเขาเบี่ยงเบน ความสนใจของจินเฟยเหยาทั้งหมดอยู่ที่ยาบำรุงโฉม นางหยิบกล่องหยกมาเปิดออกดู ด้านในมียาวิญญาณสีขาวเม็ดหนึ่งวางอยู่ กลิ่นหอมหวานแผ่กำจาย นี่เป็นของดี ในร้านยาหนึ่งเม็ดมีราคานับร้อยศิลาวิญญาณ
ไม่รอให้จินเฟยเหยาที่น้ำลายไหลมองอย่างละเอียด ก็ได้ยินหวาซีเอ่ยต่อว่า “หลายปีมานี้ข้ามอบยาบำรุงโฉมที่หลอมสร้างขึ้นให้ศิษย์พี่ศิษย์น้องในสำนักชิงโซ่วเปล่าๆ มากมาย สตรีที่ยิ่งกินมากสัตว์เพาะเลี้ยงวิญญาณจะยิ่งชอบกิน”
“ตุ้บ” จินเฟยเหยาสะบัดมือโยนกล่องหยกออกไป “เจ้าบ้านี่ คิด