งเหล่านี้ไปหาผู้ปรุงโอสถไม่ได้ นางไม่อยากให้ตำรับลับถูกผู้อื่นล่วงรู้ ขอเพียงเป็นใบสั่งยาที่ผู้ปรุงโอสถไม่เคยเห็นมาก่อน ก็คิดอยากจะครอบครองด้วยดวงตาเหมือนสุนัขป่าหิวโซ ไม่มีผู้ปรุงโอสถก็ได้แต่ลงมือด้วยตนเอง ผู้บำเพ็ญเซียนปกติ จะมากจะน้อยล้วนเคยปรุงยามาบ้าง
ผู้บำเพ็ญเซียนมีค่าใช้จ่ายด้านการหลอมยามากที่สุด ถ้าตนเองเรียนหลอมยาจนเชี่ยวชาญ จะมากจะน้อยก็สามารถประหยัดศิลาวิญญาณได้บ้าง
สำหรับห้องหลอมยาอันว่างเปล่า จินเฟยเหยาเคยสอบถามดู ที่แท้ด้านล่างก็คือไฟพิภพที่สำนักเฉวียนเซียนชักนำมา เพียงแต่นางต้องจ่ายศิลาวิญญาณ ให้คนงานมาเปิดไฟพิภพที่อยู่ด้านล่าง ไม่เช่นนั้นนางก็ใช้ไมได้
ได้ยินว่าโดยพื้นฐานผู้บำเพ็ญเซียนแต่ละคนล้วนสามารถเปิดไฟพิภพนี้ได้ เพียงแต่ถ้าตายหรือออกจากสำนักเฉวียนเซียน คนงานก็จะมาปิดผนึกไฟพิภพอีกครั้ง รอตอนผู้บำเพ็ญเซียนคนใหม่เข้ามาอยู่อาศัยและคิดจะเปิดไฟพิภพ ก็จะทำเงินได้อีกก้อน
ห้องหลอมยาของจินเฟยเหยาในอดีตเคยเปิดไฟพิภพ เพียงแต่ต่อมาปิดผนึกอีก “ไม่รู้สึกลำบากบ้างหรือ เดี๋ยวเปิดเดี๋ยวปิด ให้คนใช้เปล่าๆ คงไม่เข้าเนื้อเท่าไหร่ อะไรก็ไม่ส่งมาให้ รู้จักแต่ขุดศิลาวิญญาณจากร่างของพวกเราทั้งวัน” พอคิดถึงตรงนี้ นางก็พึมพำอย่างไม่พอใจ
นางบ่นงึมงำแล้วก้าวเข้าไปในร้านยาแห่งนี้ ร้านนี้มีขนาดใหญ่ พอเข้าประตูไปก็เห็นด้านหน้ามีตู้แสดงสินค้า มีลูกจ้างสตรีที่งดงามสามคนยืนอยู่ด้านหลัง มีขวดหยก