ไปเรื่อยเปื่อยเพื่อไม่ให้สยงเทียนคุนเป็นเหมือนสตรีตอนอยู่ในรถม้าจนหมดแล้ว สยงเทียนคุนจดจำหลักการพื้นฐานไว้ วันต่อมาจินเฟยเหยากลับลืมเลือนจนเกลี้ยงเกลา
น่าจะเพราะจินเฟยเหยาเป็นเพียงผู้เยาว์รุ่นหลังขั้นฝึกปราณช่วงต้นที่ไร้ชื่อเสียงคนหนึ่ง ผู้ดูแลเมืองลั่วเซียนเห็นคนของสำนักอวิ๋นซานปล่อยนาง ทั้งยังรับผลประโยชน์มาไม่น้อยและยอมรับการลงโทษ เรื่องจึงคลี่คลายลงอย่างน่าพอใจ ก็สะบัดมือจากไป
ส่วนคนของสำนักอวิ๋นซานเห็นฮูหยินสยงพาสยงเทียนคุนจากไปอย่างเร่งร้อนราวกับเกรงว่าบุตรชายจะหนีไปกลางทาง
หวังเฉิงเย่ก็ด่าทอศิษย์ที่อาศัยอยู่ในเมืองลั่วเซียนหลายประโยค ทั้งหมดรีบกลับไปสำนักสาขาของสำนักอวิ๋นซาน โทสะในใจของเขามากมายยิ่ง ศิษย์เหล่านี้อยู่ในเมืองลั่วเซียนมานานหลายปี เห็นอาจาย์อาต่อสู้ในเมือง คิดไม่ถึงว่าจะไม่ห้ามปราม หากไม่สั่งสอนให้ดีสักหน่อย ต่อไปถ้าเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก เกรงว่าคงทำลายความบากบั่นทุ่มเทของตนเองแล้ว
จินเฟยเหยามองเหม่อไปรอบด้าน คิดไม่ถึงว่าเรื่องนี้จะมีผลลัพธ์เช่นนี้ นางทำความดี อย่าว่าแต่ได้รางวัลเลย ยังถูกทุบตีเปล่าๆ ยกหนึ่งด้วย แม้แต่ค่าเสียหายก็ยังไม่ชดใช้ ครู่หนึ่งคนก็ไปกันหมด และที่น่าเศร้าใจคือสำนักสาขาของสำนักอวิ๋นซานถึงกับอยู่ข้างบ้านเล็กๆ ที่จินเฟยเหยาเช่าแค่กำแพงกั้น
กลายเป็นว่าพวกเขาสองคนเพิ่งมาที่นี่ก็พบเข้ากับฮูหยินสยงที่ออกมาตามหาบุตรชายไปทั่วจนโทสะพวยพุ่งพอดี คนจ