ในร้านแบ่งเป็นสองชั้น ชั้นหนึ่งจัดวางอาวุธเวทนานาชนิดจำนวนมาก ลูกจ้างที่เป็นผู้ฝึกปราณช่วงต้นผู้หนึ่งกำลังเช็ดทำความสะอาดโต๊ะ
จินเฟยเหยากวาดตามองหลายรอบ พบว่าในร้านล้วนเป็นอาวุธเวท ไม่มีของวิเศษ ร้านเล็กๆ แบบนี้ถึงแม้จะเตรียมของวิเศษชั้นล่างไว้หลายชิ้น แต่ของทั้งหมดไม่ได้วางจัดแสดง บนโต๊ะ ทุกชิ้นล้วนเป็นของล้ำค่าของร้าน ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณชอบมาเป็นลูกค้าร้านเล็กๆ แบบนี้ ทว่ากลับไม่ใช้ของวิเศษ หรือก็คือเผื่อไว้ตอนผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานมาซื้อของวิเศษ จะสามารถขายได้ราคาดี
ตอนนี้ในร้านมีลูกค้าขั้นฝึกปราณสามคนกำลังเลือกอาวุธเวทอยู่ ร้านเล็กๆ แห่งนี้วางอาวุธเวททั้งหมดแยกประเภท เช่นนี้ทำให้ลูกค้าเลือกได้สะดวก เพียงแค่ค้นหาชิ้นที่ชอบ ตอนจะซื้อค่อยเรียกลูกจ้าง
จินเฟยเหยาไม่ต้องการอาวุธเวทโจมตีเป็นการชั่วคราว นางไม่มีเงินเก็บไปซื้อสิ่งของที่ไม่เหมาะมือ การรับรู้ของตนเองใช้อาวุธเวทแบบชุดแม่ลูกเหล่านั้นไม่ได้เลยสักนิด นางเดินตรงมายังหน้าแท่นอาวุธป้องกัน ครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วน
อาวุธเวทป้องกันราคาสูงและมีน้อยชิ้น ปริมาณอาวุธป้องกันภายในร้านแห่งนี้ก็ไม่มาก
จินเฟยเหยามองอาวุธเวทป้องกันบนแท่นเบื้องหน้า มีเพียงห้าชิ้น ส่วนอาวุธเวทรูปกระบี่ด้านข้างมีอยู่ยี่สิบกว่าชิ้นเต็มๆ เปรียบเทียบกันแล้ว ปริมาณของอาวุธเวทป้องกันน้อยมากจริงๆ มีเพียงหยกประดับสีเขียวสลักลายดอกบัว เข็มขัดหนังเส้นหนึ่ง กำไลข้อ