“ทว่าพวกท่านห้ามทำให้นางลำบาก ไม่เช่นนั้น…ข้าจะทำให้พวกท่านเสียใจ” สยงเทียนคุนเหมือนคนละคนกับก่อนหน้านี้ ดวงตาเย็นชา น้ำเสียงไม่ดี หากมิใช่เห็นกับตายังนึกว่าถูกใครชิงร่าง[1]เสียอีก
หวังเฉิงเย่อยากจะส่งเทพโรคระบาดกลุ่มนี้จากไปทันที เรื่องในครั้งนี้ทำให้เขาต้องล้วงศิลาวิญญาณชั้นกลางห้าร้อยก้อนมาจัดการ จำนวนเงินที่ใช้มหาศาลเกินไปแล้ว อีกทั้งยังมิอาจหวังให้ฮูหยินสยงควักเงินก้อนนี้ด้วย ผู้ใดให้สามีของนางคือผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมในสำนักเล่า หากมาด้วยตนเองจริงๆ แม้แต่เขาก็ล่วงเกินไม่ได้
ไม่สนใจท่าทางไร้มารยาทของสยงเทียนคุน เขารีบรับรอง “เจ้าวางใจ พวกเราเป็นถึงสำนักอวิ๋นซาน จะไปหาเรื่องผู้บำเพ็ญเซียนน้อยคนหนึ่งที่เพิ่งบรรลุขั้นฝึกปราณได้อย่างไร อีกอย่างหนึ่งที่นี่คือเมืองลั่วเซียน ถึงเจ้าไม่ไว้ใจพวกเรา เจ้ายังไม่ไว้วางใจผู้ดูแลของที่นี่อีกหรือ?”
สยงเทียนคุนกวาดตามองพวกเขา เดินมาถึงข้างกายจินเฟยเหยา เขาลงนั่งยองๆ ดึงกระเป๋าเก็บของของตนเองออกมา ยัดกระบี่สีขาวและผ้าไหมในมือใส่มือจินเฟยเหยา
“ข้าไปแล้วนะ ข้าจะจดจำคำพูดของเจ้าไว้ ต้องมีสักวันที่ข้าจะได้รับอิสระ”
เอ่ยจบ สยงเทียนคุนเดินไปหาศิษย์สำนักอวิ๋นซานโดยไม่หันหน้ากลับมา มองฮูหยินสยงนำสยงเทียนคุนจากไป จินเฟยเหยาถือสิ่งของในมืออย่างมึนงง ที่แท้ตนเองเคยพูดอะไรกับสยงเทียนคุนกันแน่ อิสระ เหตุใดจึงนึกไม่ออกเลยสักนิด
นางลืมคำพูดให้กำลังใจที่พูด