รีบขยับนิ้ว แสงสีขาวสายหนึ่งยิงไปยังสถานที่ที่จินเฟยเหยาชี้ จุดแสงสีขาวบนม่านแสงก็ดับลง ส่วนแผ่นหยกในมือของผู้บำเพ็ญเซียนสตรีก็สว่างขึ้น ในที่สุดก็ให้นางแย่งสถานที่แห่งหนึ่งมาได้
ติดตามผู้บำเพ็ญเซียนสตรีเบียดออกมาจากกลุ่มคน จินเฟยเหยามองสยงเทียนคุนอย่างภาคภูมิใจ กลับพบว่าเขาเดินตัวแข็งทื่อนิดๆ จึงอดเอ่ยถามอย่างสงสัยไม่ได้ว่า “เจ้าเป็นอะไรไป?”
สยงเทียนคุนหน้าแดงก่ำหัวเราะขื่นๆ แล้วก็สั่นศีรษะ เขากล้าพูดที่ไหน ว่าเพราะตนเองแนบติดกับผู้บำเพ็ญเซียนสตรีคนนั้น ด้านหลังก็ถูกผู้บำเพ็ญเซียนคนอื่นๆ เบียดดันเสียดสีอย่างต่อเนื่อง บางแห่งในร่างกายมีอะไรแปลกๆ ดังนั้นเขาจึงรู้สึกหวาดกลัวจนไม่กล้าขยับตัวสักนิด เขาผลักผู้บำเพ็ญเซียนที่เบียดดันเข้ามาไปด้านหลังและพยายามรักษาระยะห่างกับผู้บำเพ็ญเซียนสตรีที่อยู่ด้านหน้าอย่างสุดความสามารถ ทำเอาร่างแข็งทื่อและปวดเมื่อยไปทั้งตัวเดินเหินไม่สะดวกเลย
“ยืนนานเลยขาชาสินะ? ร่างกายของเจ้าแย่จริงๆ ต้องฝึกฝนให้ดี มีพลังการบำเพ็ญเพียรขั้นฝึกปราณช่วงกลางแล้ว ยังเหมือนกับบัณฑิตธรรมดาคนหนึ่งอีก” จินเฟยเหยาสั่นศีรษะ ได้แต่ก้าวไปใช้มือพยุงเขาไว้ นางยังต้องให้เขาจ่ายค่าเช่าบ้านราคาห้าสิบศิลาวิญญาณชั้นล่างอยู่
สถานที่ที่ใกล้กำแพง มีโต๊ะดำเนินการแถวหนึ่ง หลังจากจ่ายศิลาวิญญาณชั้นล่างห้าสิบก้อนแล้ว ทั้งสองคนก็รับป้ายหยกมาอย่างดีอกดีใจ
บ้านที่พวกเขาเช่าอยู่ทางทิศตะวันตกของเม