ามากจริงๆ ถึงกับยอมเสียเวลาค้างแรมอยู่ในป่าเพื่อฝึกฝนเขา เขาสะกดความสับสนและตึงเครียดในจิตใจ กระชับกระบี่สีขาวในมือแน่น หยิบผ้าสีสดใสมาป้องกันตัว เดินตัวสั่นสะท้านติดตามด้านหลังจินเฟยเหยา
หลังต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งเบื้องหน้า มีกวางเจ็ดสีตัวหนึ่งปรากฏขึ้น สัตว์ปิศาจขั้นหนึ่งที่นิสัยอ่อนโยนประเภทนี้ นำมาฝึกซ้อมมือได้พอดี
“รีบโจมตี ฝีเท้ามั่นคงหน่อย อย่าใช้พลังวิญญาณสะเปะสะปะ อย่าลนลาน อย่าให้กีบเท้าของมันเตะโดน” พอจินเฟยเหยาโบกมือ สยงเทียนคุนก็ยกกระบี่สีขาวพุ่งขึ้นไป
ฟาดฟันอย่างไร้ทิศทาง กวางเจ็ดสีก็ล้มลงบนพื้น จินเฟยเหยาล้วงกริชออกมาอย่างยินดียิ่ง เฉือนหนังกวางและเขากวางอย่างว่องไว ถึงจะไม่ใช่ของดีอะไร ทว่าขอเพียงเก็บเล็กผสมน้อยก็เป็นรายได้ก้อนหนึ่ง
จัดการเสร็จ นางโบกมือให้สยงเทียนคุนที่ยืนมองนางอยู่ด้านข้าง “ไป สัตว์อสูรด้านหน้ายังมีอีกมาก ครั้งหน้าต้องโจมตีอย่างมั่นใจหน่อย”
ผู้อื่นเดินทางสายนี้ อยากจะรีบเดินให้เสร็จสิ้นใจจะขาด ทว่าจินเฟยเหยากลับพาสยงเทียนคุนอ้อมทางอย่างต่อเนื่อง ค้นหาสัตว์ปิศาจที่อยู่ตัวเดียวไปทั่ว
เส้นทางที่ใช้เวลาสิบวัน ทั้งสองคนใช้เวลาเดินทางไปสองเดือนกว่า ห่านป่าผ่านมาจะต้องถอนขนห่าน เอาสัตว์ปิศาจที่พบเห็นมาให้สยงเทียนคุนซ้อมมือโดยไม่เว้นสักตัวเหมือนพายุพัดหอบเศษปุยเมฆไป[1]
ส่วนกระเป๋าเก็บของที่จินเฟยเหยาได้จากร่างบุรุษดาบใหญ่ถูกนางบรรจุสัตว์ปิศาจจนเต็มนานแล้ว แม้