เข้าฌานเสร็จสิ้น นางก็เอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม “เจ้ามาอยู่ที่นี่คนเดียวได้อย่างไร ทั้งยังถูกสองคนนั้นตามฆ่าด้วย เห็นการแสดงออกของเจ้าเมื่อครู่ เจ้าคงออกเดินทางไกลเป็นครั้งแรกสินะ?”
สาวน้อยหน้าแดง พยักหน้าเอ่ยว่า “ข้าแอบหนีออกมา ก่อนหน้านี้พวกศิษย์พี่ต่างบอกว่าภายนอกมีคนเลวมากมาย ทว่าคิดไม่ถึงว่าข้าเพิ่งออกมาไม่นาน ก็พบเข้ากับคนเลวสองคนนี้ พวกเขาแสร้งไปทางเดียวกับข้า ความจริงกลับคิดจะปล้นฆ่าข้า หากมิใช่สหายเซียนยื่นมือช่วยเหลือ เกรงว่าข้าคงถูกสองคนนี้ฆ่าตายไปแล้ว”
ฟังคำพูดของนาง จินเฟยเหยารู้สึกว่าสตรีผู้นี้ต้องผิดปกติแน่ สตรีผู้หนึ่งเดินทางร่วมกับบุรุษแปลกหน้าสองคน ไม่ถูกขายไปที่หอเตาหลอมมนุษย์ก็นับว่านางโชคดี
“ข้าจะไปเมืองลั่วเซียน เจ้ามีความคิดอย่างไร จะให้ข้าส่งเจ้ากลับไปหรือไม่?” จินเฟยเหยามองนางแล้วยิ้มตาหยี ถ้าส่งนางกลับไป ต้องได้รับของตอบแทนไม่น้อยแน่ๆ
สาวน้อยตาเป็นประกาย เอ่ยอย่างตื่นเต้นอยู่บ้าง “ข้าก็อยากไปเมืองลั่วเซียน เจ้าพาข้าไปด้วยดีกว่า”
ไปเมืองลั่วเซียน? พอดีเลย ประหยัดเวลาในการส่งนางกลับบ้าน จินเฟยเหยาแสร้งเอ่ยอย่างลำบากใจ “เอ่อ…ไม่ใช่ข้าไม่พาเจ้าไป เพียงแต่บนตัวข้าไม่มีศิลาวิญญาณเลย เกรงว่าเจ้าจะทนลำบากกับข้าไม่ไหว”
สาวน้อยกลัวจินเฟยเหยาจะทิ้งนางไว้ จึงรีบตบอกเอ่ยว่า “เรื่องนี้เจ้าวางใจได้ ตอนข้าออกมาพกศิลาวิญญาณมาด้วย เพียงพอให้พวกเราสองคนไปถึงเมืองลั่วเซียนได้สบายๆ”