ขี่ม้าวิ่งห้อมาหนึ่งชั่วยามกว่าม้าก็เหนื่อย จินเฟยเหยดึงบังเหียนที่ถูกตัดให้ม้าเดินช้าลงและพักผ่อน
ภายใต้แสงจันทร์จินเฟยเหยาพบว่าข้างทางใกล้ๆ ดูเหมือนจะมีลำธารสายเล็กก็ขี่ม้ามาถึงข้างลำธาร นางจูงม้ามาดื่มน้ำและพักผ่อนข้างลำธาร แล้วก็ได้ล้างหน้าพอดี
ใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำบนใบหน้า จินเฟยเหยาล้วงถุงน้ำออกมา คิดจะเติมน้ำไว้ดื่มระหว่างทาง ทันใดนั้น นางก็พบว่าในป่าเล็กๆ ฝั่งตรงข้ามลำธาร บางครั้งบางคราวมีแสงสว่างปรากฏขึ้น อีกทั้งยังมีเสียงดังมารางๆ ราวกับมีคนกำลังต่อสู้กัน
“เอ๋? ที่รกร้างชานเมือง หรือว่ามีคนกำลังปล้นฆ่า?” จินเฟยเหยารู้สึกสงสัยอยู่บ้าง ผูกม้าไว้ตรงต้นไม้เล็กๆ ข้างลำธาร แล้วแอบข้ามลำธารไปซ่อนในป่าอย่างเงียบๆ
นางซ่อนอยู่ข้างป่าพยายามซ่อนร่างเท่าที่จะทำได้ และเข้าไปใกล้ยังสถานที่ที่มีแสงสว่างอย่างเงียบๆ เมื่อเข้าใกล้แล้วจึงได้พบว่า มีผู้บำเพ็ญเซียนสามคนกำลังต่อสู้กันโดยใช้เวทมนตร์
สถานที่ที่ทั้งสามคนยืนอยู่มีต้นไม้หักโค่นลงบนพื้น กลายเป็นพื้นที่ว่างเปล่าขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง บุรุษวัยกลางคนสองคนที่สวมชุดยาวแบบจีนสีดำกำลังล้อมโจมตีสาวน้อยคนหนึ่งแบบคนหนึ่งอยู่ข้างหน้าคนหนึ่งอยู่ข้างหลัง
สาวน้อยผู้นั้นเกล้ามวยผมแบบบุรุษเสียบปิ่นหยกอันหนึ่ง สวมชุดบุรุษปักลายดอกไม้สีเงินบนพื้นสีขาว ถึงแม้จะสวมชุดบุรุษก็ปิดบังดวงตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำ ผิวขาวประดุจหยก และเรือนร่างอ่อนช้อยของนางไม่ได้
มือของ