สาวน้อยถือกระบี่สีขาวอันงดงาม ข้างกายมีผ้าไหมสีสันสดใสสวยงามล่องลอยอยู่ นางหอบหายใจ เหงื่อกาฬหลั่งไหล เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีอย่างดุร้ายของคนทั้งสองแบบหน้าหลังก็โยนกระดาษยันต์ชั้นหนึ่งในมือไม่หยุด
ทั้งสองคนที่ล้อมโจมตีนาง ขนาดจินเฟยเหยายังมองออกว่าอาวุธเวทในมือด้อยกว่า คนหนึ่งถือดาบใหญ่เล่มหนึ่ง รัศมีของตัวดาบขุ่นมัวมองดูก็รู้ว่าเป็นอาวุธเวทชั้นล่าง ถึงจะฟาดฟันคมแสงใส่สาวน้อยไม่หยุด ดูแล้วเหมือนมีอานุภาพมากทว่าผ้าไหมสกัดได้ง่าย
กลับเป็นเชือกสีดำในมือของอีกคนที่ถึงแม้จะเป็นอาวุธเวทชั้นล่าง ทว่าเพราะสามารถควบคุมได้ดี สะบัดเป็นฝูงอสรพิษร่ายรำทำให้คนตาลาย บีบบังคับจนสาวน้อยมือเท้าปั่นป่วน แต่กระบี่สีขาวในมือของสาวน้อยอย่างน้อยเป็นอาวุธเวทชั้นกลาง ส่วนผ้าไหมยิ่งเป็นอาวุธเวทชั้นสูง ไม่ต้องเอ่ยว่านางยังโยนกระดาษยันต์ชั้นยอดเหมือนให้เปล่า สุดท้ายกลับยังถูกทั้งสองคนโจมตีจนรับมือไม่ไหว
“โง่แทบตายแล้ว สิ้นเปลืองสิ่งของดีๆ มากมายขนาดนั้นไปเปล่าๆ” จินเฟยเหยามองอาวุธเวทบนร่างสาวน้อยอย่างอิจฉายิ่ง นางมองคนทั้งสาม เริ่มครุ่นคิดขึ้นมาว่าจะลงมือช่วยหรือจะฉวยโอกาสดี
นางไม่เคยเรียนเวทมองทะลุจึงมองไม่ออกว่าพลังการบำเพ็ญเพียรของสามคนนี้สูงส่งเพียงใดกันแน่ ดังนั้นจะบุ่มบ่ามไม่ได้
จินเฟยเหยาครุ่นคิดในใจเงียบๆ ถ้าช่วยสาวน้อยผู้นั้น ฝ่ายตรงข้ามทั้งสองคนดูเหมือนจะรับมือด้วยไม่ได้ง่ายๆ ถ้าปล่อยให้สาวน้อยผู้