เพิ่งนั่งลง ก็เห็นนกกระเรียนกระดาษสีออกเหลืองนิดๆ บินล่องลอยมาหานาง
นี่คือนกกระเรียนกระดาษถ่ายทอดเสียงที่ศิษย์สำนักเหิงเจินใช้ เพราะใช้วัสดุราคาถูกมาก ดังนั้นศิษย์ผู้ดูแลและศิษย์สายนอกจึงใช้ส่งข่าวสารที่ไม่สำคัญ
“ใครมาหาข้านะ?” จินเฟยเหยารับนกกระเรียนกระดาษที่บินมาอย่างสงสัย ใช้มือร่ายเวทเบาๆ นกกระเรียนกระดาษสีเหลืองก็กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย น้ำเสียงสงบนิ่งถ่ายทอดออกมา
“ศิษย์น้องจิน มีคนมาหาเจ้านอกประตูสำนัก รีบมาด่วน”
เดือนนี้ศิษย์สายในที่เฝ้าประตูมีแปดคน แค่ได้ยินเสียงก็บอกไม่ได้ว่าเป็นศิษย์พี่คนใด แต่นางก็ยังสงสัย ตนเองนอกจากไปเมืองหลิ่วไถที่อยู่ไม่ไกลนักเพื่อซื้อของใช้ประจำวันเล็กน้อยเป็นบางครั้ง ก็ไม่รู้จักคนภายนอกเลย
“จะเป็นใครนะ?” จินเฟยเหยาพึมพำ วิ่งไปที่เชิงเขา
แพะฉางหลิงยังอยู่ที่นี่ไม่ได้วิ่งวุ่นวาย ศิษย์สายนอกที่ต้อนฝูงแพะอยู่รอบด้านล้วนคุ้นเคยดี ไม่มีใครมาขโมย อีกทั้งมีป้ายคุมสัตว์อยู่ คิดจะแอบขโมยไปสักตัวก็เป็นไปไม่ได้ ทุกคนต่างอาศัยอยู่บนยอดเขาชิงเหยี่ย หากขโมยแพะฉางหลิงหลายสิบตัวไปตรงๆ ถือว่าเป็นเรื่องโง่เขลา
ดังนั้นจินเฟยเหยาจึงทิ้งแพะแล้ววิ่งไปเนินเขาอย่างวางใจ แค่ตอนผ่านศิษย์พี่ศิษย์น้องหลายคนก็ทักทายพวกนางไม่กี่คำ ให้พวกนางช่วยดูหน่อย อีกสักครู่ตนเองจะกลับมา
รอจนนางวิ่งมาถึงประตูสำนัก พบว่านอกจากศิษย์พี่ที่เฝ้ายามแปดคนแล้วก็ไม่เห็นคนอื่นเลยสักนิด จินเฟยเหยามองด