ย องครักษ์แต่ละคนที่บ้านข้าเชิญมาล้วนฝึกถึงขั้นที่หนึ่งหรือสอง”
ก็โทษไม่ได้ที่ศิษย์น้องเล็กผู้นี้จะตกตะลึง ถึงแม้ว่าผู้มีพลังวิญญาณที่นี่จะมีมากมาย ทุกคนเห็นเซียนจนเป็นเรื่องธรรมดา แม้แต่ชาวบ้านในเขตภูเขาต่างก็รู้ดี ทว่าต้องเป็นผู้ที่มีพลังวิญญาณบริสุทธิ์ จึงสามารถฝึกฝนบำเพ็ญวิถีแห่งเซียนและสำเร็จมรรคได้อย่างแท้จริง ทว่าคนที่มีพลังวิญญาณบริสุทธิ์กลับมีไม่มาก
และที่คนส่วนใหญ่มีเป็นเพียงพลังวิญญาณเทียม ร่างกายได้แต่ดูดซับพลังที่อ่อนจาง ทว่ากลับไม่สามารถรั้งพลังวิญญาณไว้ในจุดตันเถียน[2]ได้ ไม่เหมาะกับการบำเพ็ญเซียน ถ้าหากฝืนบำเพ็ญเซียน สุดท้ายก็ได้แต่หยุดอยู่ที่ขั้นฝึกปราณช่วงต้นชั่วชีวิตเท่านั้น ประสบความสำเร็จน้อยมาก แม้แต่จะใช้เวทจุดไฟก็ยากเย็น
ดังนั้นคนปกติ ล้วนให้บุรุษที่มีพลังวิญญาณเทียมไปฝึกบำเพ็ญร่างกาย ใช้พลังวิญญาณเปลี่ยนแปลงร่างกาย ถึงจะมิอาจใช้พลังเวทและอายุยืนเหมือนผู้บำเพ็ญเซียน ทว่าก็มีพละกำลังมหาศาลให้ใช้ไม่หมดสิ้น ร่างกายบึกบึนแข็งแกร่ง เก่งกาจเหนือคนธรรมดามากนัก ฝึกบำเพ็ญร่างกายถึงขั้นที่สามก็สามารถทุบทำลายศิลาขนาดยักษ์หนักพันชั่งได้อย่างง่ายดาย ถ้าโชคดีฝึกสำเร็จขั้นที่สิบสอง ยังสามารถสร้างกายเนื้อขึ้นใหม่ ดาบและหอกแทบฟันแทงไม่เข้า
ดังนั้น ราชวงศ์ของแต่ละแคว้นต่างมีองครักษ์ลับที่สร้างขึ้นจากทหารซึ่งฝึกบำเพ็ญร่างกายโดยเฉพาะ โดยพื้นฐานแล้วยอดฝีมือในโลกล้วนเป็นผู้มีพลัง