อื่นถึงจะไม่อันตรายเท่านี้แต่ก็น่าจะวุ่นวายไม่แพ้กันหรอก ไม่อย่างนั้นจะถ่วงเวลาจนการส่งมอบอาวุธตกมาถึงเจ้าได้อย่างไร’
ข้าเริ่มเป็นห่วงคนอื่นๆ แล้ว ไม่สิ…บางทีข้าควรห่วงตัวเองก่อน เพราะอย่างที่เจ้าเสือมันบอกนั่นแหละ ข้าห่วยและอ่อนสุดในสมาพันธ์ ถึงได้เป็นเป้าหมายให้ถูกจับและโดนขังอยู่อย่างนี้ไง
“เจ้านั่นยังไม่ฟื้นอีกหรือ” เสียงคุ้นเคยของโพดีเซิร์กดังจากนอกกรง ข้าแทบกลั้นหายใจราวแสร้งตายมากกว่าแกล้งสลบ
“หัวหน้าคงจะฟาดแรงเกินไปน่ะขอรับ เจ้าโง่หน้าเอ๋อนั่นถึงสลบไม่ฟื้นสักที”
ปึ้ด!
คล้ายได้ยินเสียงบางอย่างขาดผึง
“ข้าฟื้นแล้วโว้ย!!”
เสียงนั้นคือเส้นดึงสติของข้าเอง เพราะมักถูกต่อว่าและใส่ความเสมอจนตกงานสามร้อยเก้าสิบแปดครั้ง เมื่อได้ยินคำปรามาสแล้วยอมไม่ได้ ต้องเถียงต้องโวยวาย ทวงถามร้องหาความเป็นธรรม
‘เจ้าเบื๊อก!’
โฟรเซนหาคำด่าใหม่สำเร็จ ซึ่งข้าไม่ยินดีสักนิด เพราะตอนนี้ถูกทุกสายตาของเผ่างูและโพดีเซิร์กจ้องตรึงกึ่งขำขัน พวกเขาคงไม่เคยเห็นนักโทษที่ซื่อและเซ่อเท่าข้ามาก่อน
เอาเถอะ อย่างน้อยการขยับตัวลุกยืนก็ทำให้ข้าได้ยินเสียงสายโซ่ และเมื่อไล่สายตามองตามก็พบว่าข้อเท้าของข้าถูกล่ามซึ่งเชื่อมติดกับกำแพงด้านใน
ขังในเขตอาคมไม่พอยังล่ามโซ่อีก กลัวข้าหนีขนาดนั้นเลยหรือ