ง’ เสียที คืนนี้มีงานเฉลิมฉลองประจำปี คนที่เมาจนลุกไม่ขึ้นจึงมีมากเป็นพิเศษ”
“ยาแก้เมาค้าง?” หัวขโมยหนุ่มเอ่ยทวน เสียงหักนิ้วดังกร๊อบๆ จนข้าชักเสียวสันหลัง
“ใช่ ยาแก้เมาค้างสูตรหายเพียงชั่วข้ามคืน ชื่อแรกรัตติกาลเพราะช่วยบรรเทาอาการมึนเมาได้อย่างรวดเร็วราวผ่านไปเพียงรัตติกาลเดียวเท่านั้นอย่างไรล่ะ”
ข้าเพิ่งสังเกตตอนนี้เองว่าคนไข้ที่นอนเรียงรายในห้องร้องโอดครวญคล้ายปวดหัวและปวดเมื่อยตามตัว
พวกเขาไม่ได้ป่วยเป็นโรคร้ายใกล้ตาย แต่แค่…เมาค้างสินะ
“อย่างน้อยข้าก็ไม่ได้โกหกนะ ของในกล่องคือยาจริงๆ” ข้ารีบแก้ตัวกับหัวขโมย
“จำคำพูดเจ้าได้ไหมว่าไม่อยากให้ข้าเป็นฆาตกร…หึ”
คาไอล่ามองเราทั้งสองด้วยสีหน้าแปลกๆ คาดว่าคงจะตามเรื่องไม่ทัน
“ก็ข้าไม่รู้ว่ามันเป็นยาแก้เมาค้างนี่นา โอ๊ะ” ข้าโบกไม้โบกมือพยายามอธิบาย แต่ดันไปโดนปีกหมวกของอีกฝ่ายจนกระเด็นไกลซะอย่างนั้น ทันใดนั้นเสียงกรี๊ดก็ดังขึ้น เป็นคาไอล่านั่นเองที่ปิดปากพลางมองเด็กหนุ่มตาเป็นประกายอย่างปลาบปลื้ม ไม่นาน เสียงเอะอะก็ดังมาจากหน้าห้องกระจก ซึ่งก็คือกลุ่มคนที่ตามติดพวกข้ามานั่นเอง
“ใช่เขาจริงๆ ด้วย เห็นไหมข้าบอกแล้ว” เหล่านางพยาบาลยิ้มแก้มปริ ส่วนข้ามองซ้ายมองขวาหันไปมาสับสนสุดขีด และยิ่งตกตะลึงเมื่อหัวขโมยเสยผมหน้าม้าขึ้