ั่นแหละเพราะสู้แรงพยัคฆ์เมฆาไม่ไหว
“โอ๊ย เหนื่อย ข้าหมดแรงแล้ว”
“สำออย”
โฟรเซนแค่นยิ้มเยาะหยันจากด้านบนเพราะข้าทิ้งตัวนอนแผ่กับพื้น แต่ไม่นานมันก็กลายร่างเป็นเสือตัวใหญ่สูงเลยเอวข้า ส่งเสียงขู่คำรามตัดรำคาญพลางยกอุ้งนุ่มๆ มาดุนดันตัวข้า
‘จะขึ้นก็รีบเข้า’
ฟังจากหูคือเสียงของสัตว์ใหญ่แสนน่ากลัว แต่เสียงในหัวคือคำหงุดหงิดชี้ชวนให้ขี่หลัง ข้ายิ้มดีใจก่อนจะรีบลุกไปลูบแผงคอนุ่มๆ น่าซุกของมัน ถึงจะแอบขัดใจตรงที่มันไม่ยอมยอบตัวลง ปล่อยให้ข้าปีนขึ้นแบบทุลักทุเลทุกรอบก็ตาม
“ไปเลย” หลังทรงตัวบนหลังเสือ ข้าก็ชี้นิ้วออกคำสั่งเริงร่า
‘อย่าได้ใจนัก’
สิ้นคำกล่าว พยัคฆ์เมฆาก็วิ่งกึ่งเหาะรวดเร็วจนเกือบหงายหลัง ดีนะที่เกาะขนมันทันเลยโถมทั้งตัวกอดเจ้าเสือซะเลย หน็อยแน่ ตอนคราวของอาดีสมันวิ่งไวแต่ก็นุ่มนวลกว่านี้มาก แต่พอบนหลังมีข้าคนเดียวก็ไม่สนใจไยดีกันเลยนะ ข้าแทบปลิวอยู่แล้ว!
‘หากเจ้าหล่นลงไป ไม่ใช่ความผิดข้า แต่เป็นเพราะเจ้าไร้ความสามารถ’
เพียงพริบตาเจ้าเสือก็พุ่งกระแทกประตูจนเปิดอ้ากะทันหัน เมื่อถึงจุดหมายมันก็สลัดตัวจนข้าไหลลงไปกองกับพื้นอย่างหมดแรงจนแทบขยับไม่ไหวของจริง ทางที่ดี…ข้าไม่ควรหาเรื่องใช้บริการมันอีก
‘คิดได้ก็ดี’
กล่าวจบ เจ้าเสือก็กลายร่างเป็นมนุษย์อีกครั้ง แถมยังช