พวกเราสองคน ก่อนจะทรุดฮวบนั่งแหมะกับพื้นเมื่อเจ้าเสือปล่อยมือกะทันหัน
“ห้องเมื่อกี้คืออะไรหรือ” ข้าลูบใจที่ยังเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ขณะเอื้อมมือเกาะชายเสื้อคลุมตัวยาวของเจ้าเสือ ดูจากรอบด้านที่ถูกห้อมล้อมด้วยผนังแนวยาว ขนาดพื้นที่ไม่กว้างนัก ทำให้ข้ารู้ทันทีว่าตรงนี้คงเป็นทางเดินเล็กๆ เชื่อมไปที่ไหนสักแห่ง
“ข้าไม่ใช่หัวหน้านะ จะไปรู้ได้ยังไงว่าห้องนั้น ห้องนู้นมีไว้ทำอะไร” เจ้าเสือช่วยหิ้วแขนข้าขึ้นมา มันส่ายหน้ากับสภาพขาสั่นพั่บๆ ของเจ้านายที่น่าสมเพชเหลือเกิน “เอาล่ะ เสียเวลามามากแล้ว ข้าพาเจ้ามาส่งใกล้ๆ คราวนี้เจ้าแค่เดินไปตามทาง คงไม่หลงแล้วใช่ไหม”
“ใครกันแน่ที่เมื่อกี้พาข้าหลง”
เจ้าเสือทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้
“โฟรเซน”
“อะไรอีก”
“ใกล้ของเจ้ามันใกล้แค่ไหน ทำไมข้ามองไปข้างหน้าแล้วแทบไม่เห็นจุดสิ้นสุดเลยละ”
“ใกล้สำหรับพยัคฆ์เมฆา แต่สำหรับมนุษย์อ่อนแออย่างเจ้าคงขาลาก”
เคยมีสักนาทีไหมที่มันจะไม่กวนข้า
“เปลี่ยนเป็นเสือให้ข้าขี่หลังเลย”
“เรื่องอะไร เจ้าอยากเดินเล่นไม่ใช่หรือ เอ้า เดินสิ เดินซะให้พอ”
ข้าดึงผมยาวๆ ของเจ้าเสือ โฟรเซนเองก็ขยี้หัวสองสีของข้าให้กระเซิง เมื่อมีคนเปิดก็ตีกันต่อ ทะเลาะกันไม่เลิกแถมไม่มีคนยอมด้วย ไม่สิ คนที่ยอมแพ้ก่อนก็คือข้าตลอดน