ข้าโดนทิ้ง
ใช่แล้ว อ่านไม่ผิดหรอก ข้าโดนทิ้งจริงๆ
หลังเข้ามาในสมาพันธ์ซึ่งเป็นปราสาทใหญ่โตแล้ว พี่เพลก็พาข้ามานั่งจุ้มปุ๊กรอในห้องรับแขกขนาดปานกลาง ประกอบไปด้วยโซฟาสามตัวในลักษณะหันหน้าเข้าหากัน ตรงกลางเป็นโต๊ะชาขนาดเล็ก ข้างฝาประดับรูปสีน้ำสวยงาม
จากนั้นพี่เพลก็ขอตัวอย่างสุภาพด้วยรอยยิ้มบางชโลมจิตใจ
นับจากตอนนั้นยันตอนนี้ก็…ผ่านมาราวๆ สี่สิบนาทีแล้วละ
“ถูกลืมแหงๆ” ข้าพึมพำกับตนเอง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่โดนทอดทิ้งในเมื่อข้าเป็นตัวซวยที่ไม่มีใครอยากอยู่ใกล้ ข้าจึงขยันพูดขยันพล่ามเพื่อนำเสนอตัวเองอยู่ร่ำไป และดีใจทุกครั้งที่ถูกถามชื่อ
‘ที่นี่ไม่มีใครความจำสั้นหรอกนะ’
คำตอบของเจ้าเสือทำให้ข้าเริ่มวาดหวังกับการเฝ้ารอมากขึ้น จึงลุกจากเก้าอี้แล้วเดินสำรวจรอบๆ ก่อนจะหยีตาเมื่อจู่ๆ ตรงหน้าก็สว่างจ้าพร้อมร่างหนึ่งที่ยืนขวางจนเดินชน
“เฮ้ย!” ข้าอุทานลั่น เกือบหงายหลังถ้าไม่ติดว่ามีคนช่วยกระชากคอเสื้อให้ทรงตัวอย่างมีน้ำใจแต่กวนประสาทสุดๆ จะเป็นใครไปได้ล่ะถ้าไม่ใช่เจ้าเสือ มันปรากฏตัวในร่างมนุษย์ที่สูงกว่าหนึ่งช่วงหัว ยกยิ้มเย้ยหยันแลเจ้าเล่ห์ระคนหยามเหยียดครึ่งเทพแสนต้อยต่ำอย่างข้าที่หน้าซีด…
เพราะถ้ามันโผล่ในร่างนี้ พลังเวทแสนน้อยนิดของข้าคงถูกสูบจนตัวแห้งตาย!
“ที่นี่มีวงเวทพิเศษ