‘เจ้าคิดจะยืนตรงนี้อีกนานเท่าไหร่’
เสียงดังขึ้นในห้วงความคิด เป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าเสือตัวแสบผู้เป็นต้นเหตุให้ข้าต้องออกเดินทางจากแดนเทพอันเป็นบ้านเกิดสู่ดินแดนปริศนาที่ไม่มีใครรู้จัก
แต่ก่อนหน้านั้นต้องแวะที่แดนมนุษย์
“ใช่ว่าข้าอยากจะยืนสักหน่อย” ข้าอุบอิบพลางดึงหมวกฮู้ดปกปิดเส้นผมสองสีของตนเอง ก่อนจะมองแถวยาวเหยียดจนสุดสายตาแล้วถอนหายใจ กว่าข้าจะได้ซื้อตั๋วรถไฟ…คงข้ามวันแหงๆ
‘เจ้าความจำสั้นรึเปล่า ข้าบอกแล้วไงว่าสถานที่ที่จะไปน่ะ ไปทางธรรมดาได้เสียที่ไหน’
“ก็เจ้าบอกว่าให้ขึ้นรถไฟ” ข้าเถียงเจ้าเสือตะกุกตะกัก จะดุทำไมเนี่ย
‘ข้าหมายถึงรถไฟสายด่วนราตรีต่างหากเจ้าเซ่อ!!’
ข้ารีบกระดึ๊บออกจากแถวซื้อตั๋วยาวเหยียดทันที เจ้าเสือบ้า รู้ทั้งรู้ว่าข้าสมองช้า เพราะเป็นเด็กกำพร้าไม่เคยมีใครส่งเสียเล่าเรียนหรือสั่งสอน ก็ดันพูดจากำกวมอยู่ได้ บอกข้าแค่ขึ้นรถไฟ แล้วข้าจะไปตรัสรู้ได้ยังไงว่ารถไฟที่ว่าคือสายด่วนราตรี!!
‘ถ้าเป็นคนอื่นคงเข้าใจไปนานแล้ว เจ้าโง่’
ข้าบึนปาก สบถในใจว่า…ชิ!
ช่วยไม่ได้ในเมื่อข้าทั้งบื้อทั้งซื่อและโง่จริงๆ พอเถียงไม่ได้ข้าก็ย่นหน้าให้ยับยู่เพื่อแสดงอาการต่อต้าน แต่เจ้าเสือหัวเราะร่าชอบอกชอบใจซะงั้น เฮ้อ คู่พันธะอะไรตีกันทุกนาที แค่รถไฟสายด่วนร