ป็นคำว่า ‘ซวย’
เกิดพร้อมความซวยไหมล่ะ…ฮือๆ
และด้วยเส้นผมสีดำแซมเงินผิดวิสัยเชื้อสายเทพปกติเลยทำให้โดนเขม่นเป็นประจำ เนื่องจากผู้ที่แต่งงานกับต่างเผ่าล้วนหนีออกจากแดนเทพทั้งนั้นเพราะถูกรังเกียจเมื่อเชื้อสายศักดิ์สิทธิ์แปดเปื้อน มีเพียงข้าผู้เดียวที่หน้าด้านหน้าทนของานทำที่ดินแดนแห่งนี้ในสภาพลูกครึ่งกับเผ่าอะไรก็ไม่รู้
นอกเรื่องมานานแล้ว กลับสู่ต้นเหตุความซวยอภิมหาซวยกันดีกว่า
หลังโดนไล่ออกจากร้านอาหาร ด้วยความสิ้นเนื้อประดาตัว…ข้าจึงตัดสินใจไปที่หน้าผา อ้อ ไม่ใช่ไปฆ่าตัวตายหรอกนะ แค่เหม่อมองทิวทัศน์เพื่อรักษาจิตใจเท่านั้น
เฟี้ยวๆๆ
โครม!
เสียงคล้ายกับคนบางคนกำลังฝึกวิชาลับ หรืออาจเป็นการต่อสู้กันดังมาจากหน้าผาร้างอันเป็นสถานที่ประจำสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ ข้าแอบลังเลว่าควรจะส่องหน่อยดีหรือไม่ ไปแล้วจะโดนลูกหลงไหม แต่เพราะแดนเทพค่อนข้างสงบไร้อาชญากรรมใด ข้าจึงอดย่องไปดูไม่ได้ด้วยความสงสัยเผื่อเกิดเหตุร้ายจะได้รีบแจ้งหน่วยรักษาความปลอดภัยตามประสาพลเมืองดี
คิดแล้วขาทั้งสองก็เดินตรงไปยังหน้าผาด้วยท่าทีลับๆ ล่อๆ แบบระวังตัว แต่ดูเหมือนว่าจะไม่จำเป็นเท่าไรนัก เมื่อบุคคลสองคนเบื้องหน้าข้านั้นไม่มีท่าทีสนใจสิ่งรอบข้างแม้แต่น้อย
‘ข้าไม่ยอมให้เจ้าส่งสารหรอก ผู้ส่งสารแห่งสาม