“การใช้รูปแบบของผลการบำเพ็ญอมตะเป็นเค้าในการต่อสู้ทำให้เกิดผลกระทบที่ค่อนข้างใหญ่ พวกเราจำเป็นต้องหาสถานที่ห่างไกลสักหน่อย”
“งั้นมาที่กระบี่ชิงเฟิงของข้าไหม?” ลู่หยางเสนอ การมีโลกเล็กอยู่ก็สะดวกมากทีเดียว
ไม่เช่นนั้น อาจต้องไปขอเช่าดินแดนลับระดับสูงสุดจากสำนัก แต้มสะสมของตนเองก็ยังไม่แน่ว่าจะเพียงพอหรือไม่
“ไปกันเลยๆ”
ได้รับการสนับสนุนจากผู้นำใหญ่ ลู่หยางจึงหยิบกระบี่ชิงเฟิงออกมา เชิญผู้นำสามและผู้นำสี่เข้าไปข้างใน
“สถานที่ใหญ่โตจริงๆ”
อวี้เมิ่งเมิ่งมาถึงโลกเล็กของกระบี่ชิงเฟิง กางแขนทั้งสองเหยียบบนสนามหญ้าหมุนเป็นวงกลม ดีใจจนหยุดไม่อยู่ นี่ทำให้นางนึกถึงบ้านเกิด สภาพแวดล้อมของบ้านเกิดของพวกนางก็งดงามเช่นนี้ ทุกฤดูเป็นฤดูใบไม้ร่วง ยังมีกลิ่นหอมของลูกพีชล่องลอยอยู่ปลายจมูก
ปู่เย่าเหลียนเห็นภาพนี้ก็ตกใจ กระบี่มีโลกเล็กแฝงอยู่ข้างใน กระบี่ชิงเฟิงเล่มนี้ต้องมีระดับไม่ต่ำแน่ อย่างน้อยก็ต้องเป็นวัตถุวิเศษเซียน หรืออาจจะเป็นวัตถุระดับเซียนในตำนานก็เป็นได้ สมแล้วที่เป็นผู้นำสอง ฐานะมั่งคั่งจริงๆ พวกเขาขายเนื้อย่างไปทั้งชีวิตก็ซื้อกระบี่แบบนี้ไม่ได้สักเล่ม
“แฮ่มๆ เริ่มเรียนกันได้แล้ว”
เซียนอมตะแสร้งกระแอมสองที อวี้เมิ่งเมิ่งและปู่เย่าเหลียนก็นั่งยองๆ บนสนามหญ้าทันที เงยหน้ามองเซียนอมตะตาละห้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยความกระหายในความรู้