ต่างกันตรงที่ อวี้เมิ่งเมิ่งมีหน้าตาบริสุทธิ์ ทำท่านี้ดูน่าชื่นชม ส่วนปู่เย่าเหลียนสังขารร่วงโรย ทำท่านี้กลับดูประหลาดไปหน่อย
ลู่หยางรู้สึกว่าตนเองคงไม่จำเป็นต้องฟังบทเรียน จึงเดินออกไปสองก้าว หยิบกระบี่เซิ่งอิ่งออกมา พยายามสลักตราประทับของตนลงบนกระบี่เซิ่งอิ่ง เพื่อให้มันยอมรับเขาเป็นเจ้าของ
ถึงแม้ว่าวิญญาณกระบี่หลิวหนิงเซวียนไม่อยู่แล้ว แต่กระบี่เซิ่งอิ่งก็ยังมีวิญญาณอยู่ การทำให้มันยอมรับเป็นเจ้าของไม่ใช่เรื่องง่าย
ลู่หยางคิดสักครู่ จึงปักกระบี่เซิ่งอิ่งลงบนพื้น แล้วหยิบกระบี่เจ็ดดาวออกมา ปักลงบนพื้นเช่นกัน ล้อมรอบกระบี่เซิ่งอิ่งเอาไว้ หวังว่าจะให้กระบี่เจ็ดดาวช่วยพูดโน้มน้าวกระบี่เซิ่งอิ่ง
กระบี่ทั้งแปดเล่มส่งเสียงดังครืนๆ ราวกับกำลังสนทนากันอย่างเร่าร้อน ลู่หยางมีใจเป็นหนึ่งเดียวกับกระบี่เจ็ดดาว สามารถรับรู้อย่างรางๆ ว่ากระบี่เจ็ดดาวกำลังพูดอะไร
‘พี่ใหญ่เซิ่งอิ่ง ท่านมาอยู่กับลู่หยางเถอะ เขามีสระล้างกระบี่นะ ท่านเชื่อพวกข้าสักครั้งเถอะ แค่ไปแช่ตัวที่นั่นสักครั้ง รับรองว่าสบายจนท่านไม่มีวันลืมความรู้สึกนั้นไปได้เลย!’
‘ท่านว่าหลิวหนิงเซวียนคนนั้นมีอะไรดี ยึดร่างของท่านไว้ ท่านยังคิดถึงเขาไม่เลิกอีกหรือ?’
‘หลิวหนิงเซวียนตายไปแล้ว ลืมเขาเสียเถอะ พวกเราเป็นกระบี่ ย่อมต้องมองไปข้างหน้า’
‘ท่านยอมรับลู่หยางเป็นเจ้าของเถิด’