“โอ้ การฝึกฝนรูปแบบของผลการบำเพ็ญอมตะเป็นเค้านั้นง่ายมาก เจ้าเพียงแค่กินๆ ดื่มๆ ใช้ชีวิตอย่างสบายๆ รูปแบบของผลการบำเพ็ญอมตะเป็นเค้าก็จะค่อยๆ ก่อตัวขึ้น”
“แน่นอนว่า เมื่อพวกเราฝึกฝน ก็ไม่ควรสร้างความลำบากให้ผู้อื่น ต้องเคารพกฎหมายอะไรพวกนี้ด้วย เรื่องนี้เจ้าค่อยๆ เรียนรู้ในภายหลัง”
อวี้เมิ่งเมิ่งรีบพยักหน้า จดจำคำสั่งสอนอันล้ำค่าของเซียนอมตะไว้ในใจอย่างแน่นหนา
วาจาของเซียน ย่อมแฝงความหมายอันลึกซึ้ง ต้องวิเคราะห์อย่างละเอียดทุกถ้อยคำ จึงจะเก็บเกี่ยวผลได้!
“ข้าจะแนะนำสมาชิกของสายอมตะของพวกเราให้เจ้ารู้จักก่อน”
“ข้าคือผู้นำใหญ่”
“ลู่หยางน้อยคือผู้นำสอง เมื่อเจ้าเข้าสู่สายอมตะแล้ว เรียนรู้ความสามารถจากข้าผู้เป็นเซียน ลู่หยางก็ถือเป็นพี่ชายของเจ้าแล้ว”
อวี้เมิ่งเมิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ค่อยถูกต้องนัก อย่างแรกนางเรียกน้องจือมาเพื่อขอเป็นศิษย์ แต่เหตุใดพลิกหน้ามือเป็นหลังมือ กลายเป็นนางเป็นศิษย์ไปเสียแล้ว?
ลู่หยางกลายเป็นพี่ชายไปแล้วด้วย?
นี่เป็นการวางแผนของน้องจือหรือไม่?
อวี้เมิ่งเมิ่งข่มความสงสัยในใจไว้ กล่าวกับลู่หยางว่า “พี่ชายเจ้าคะ”
ลู่หยางรู้สึกว่าศิษย์น้องที่แข็งแกร่งกว่าตนเองมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
“เหนือเจ้ายังมีพี่สาวอีกสองคน แต่พวกนางไม่ได้อยู่ที่นี่ รอโอกาสในภายหลังค่อยทำความรู้จัก”
“ไป ข้าผู้เป็นเซียนจะพาเจ้าไปพบผู้นำสี่”
……