ญาณ แต่ควรเรียกว่าวิญญาณไร้บ้านต่างหาก”เซียนอมตะแก้ไขความเข้าใจผิดของลู่หยาง ใช้คำได้ถูกต้องแม่นยำยิ่ง“ความก้าวหน้าในการเรียนของเจ้าเร็วกว่าดเอ้าหลิงและเหลียนอี๋มากนัก ตอนที่พวกนางเพิ่งเรียน สิ่งที่เรียนไม่เรียกว่าวิชาแกล้งตายแต่ควรเรียกว่าวิชาแกล้งหลับ ไม่สามารถแกล้งตายก็จะฝืนแกล้ง ทำให้ข้าไม่เห็นว่าพวกนางกำลังแกล้งหลับ”ศิษย์พี่ใหญ่ที่สังเกตลู่หยางอยู่ข้างๆ พยักหน้าเบาๆ “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ แกล้งตายจนหลอกตะเกียงวิญญาณ หลอกไต้ปู้ฟาน แม้แต่
ร่างกายของตัวเองก็หลอกได้ ดูเหมือนว่าศิษย์น้องเล็กของข้าสามารถหลอกผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติได้”ศิษย์พี่ใหญ่มองออกว่า เมื่อลู่หยางใช้วิชาแกล้งตาย ในวิญญาณยังมีประกายแห่งชีวิตอ่อนๆ ประกายชีวิตระดับนี้แม้แต่ผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติก็ไม่อาจมองทะลุได้“เซียนน้อย อย่าเพิ่งชมข้า บอกข้าก่อนว่าจะกลับสู่สภาพเดิมได้อย่างไร”ลู่หยางไม่ได้ถูกคำชมของเซียนอมตะทำให้มัวเมา ถามอย่างใจเย็น“ง่ายมาก เจ้าก็ยึดครองร่างสิ”“ยึดครองร่าง?”ลู่หยางกำลังจะถามว่าตนต้องยึดครองร่างใคร ก็ก้มลงเห็นร่างของตนนอนนิ่งอยู่บนพื้น“แน่นอนว่าเจ้าต้องยึดครองร่างของเจ้าเองสิ”เซียนอมตะเดินวนรอบศพของลู่หยาง น ้าเสียงกระตือรือร้นราวกับกำลังขายสินค้าที่ขายไม่ออก “ดูสิ วิญญาณของเจ้ากับร่างกายของเจ้านั้นเข้ากันได้อย่างสมบูรณ์ เหมือนฟ้าดินสร้างมาให้เป็นคู่กันการยึดครองร่างกายของเจ้าเองจะไม่มีความรู้สึกข