พิจารณาถึงหกส่วนที่เหลือของวิชายุทธ์ที่ยากแก่การแก้ไขไม่ใช่เพียงแค่ชี้แนะสองประโยคแล้วศิษย์น้องเล็กจะเข้าใจได้ หากอธิบายให้ซับซ้อน ก็เหมือนกับการดึงต้นข้าวให้โตเร็ว ไม่เป็นผลดีต่อการเติบโตของศิษย์น้องเล็ก อวี้จือคิดว่าตนเองแก้ไขโดยตรงจะสะดวกกว่า“เรื่องวิชายุทธ์มอบให้ข้าก็พอ”เมื่อได้ยินว่าตนไม่ต้องแก้ไขวิชายุทธ์ ลู่หยางก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก มีศิษย์พี่ใหญ่อยู่ช่างดีจริงๆ แม้แต่วิชายุทธ์ก็ไม่ต้องกังวลเดี๋ยวก่อน ก่อนหน้านี้ข้าไม่ได้ตั้งปณิธานว่าจะทำวิชายุทธ์ให้สำเร็จด้วยตนเอง โดยไม่ต้องให้ศิษย์พี่ใหญ่ช่วยหรอกหรือ?ลู่หยางลังเลครู่หนึ่ง คิดว่าตนไม่ควรทำให้น ้าใจของศิษย์พี่ใหญ่เสียเปล่า เรื่องนี้ไม่ควรพูดถึงอีก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดรอยร้าวในความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้อง หากคนนอกรู้เข้า อาจคิดว่าเขาคิดจะตั้งสำนักแยกออกมา“เจ้าหยางน้อย เจ้าไม่ได้บอกหรือว่าวิชายุทธ์ของเจ้าจะต้องทำให้สำเร็จด้วยตัวเอง แล้วทำไมตอนนี้ถึงมอบให้เด็กอวี้ล่ะ?”
“……”“หืม? เจ้าหยางน้อย ทำไมเจ้าไม่พูดอะไรล่ะ?”เซียนน้อย หากท่านถามต่อไป ราชวงศ์ถั่วยักษ์จะสูญเสียขุนนางสำคัญคนหนึ่งแล้วเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเซียนอมตะ ลู่หยางรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ว่าแต่ เซียนน้อย การใช้วิชาแกล้งตายจะช่วยในการรับรู้ฟ้าดินได้หรือไม่?”“แน่นอนว่าไม่ได้สิ วิชาแกล้งตายทำให้เจ้าเข้าสู่สภาวะตาย ตายไปเลย การรับรู้ฟ้าดินต้องเข้าสู่สภาวะเฉียดตาย