นี่เป็นคนละเรื่องกัน”ดวงตาของเซียนอมตะเป็นประกายเมื่อโน้มตัวเข้าหาลู่หยาง“เจ้าหยางน้อย เจ้าสนใจวิชาแกล้งตายหรือ? อยากเรียนไหม?”“วิชาแกล้งตายเป็นวิชาที่ข้าภูมิใจ เรียนแล้วรับรองไม่ขาดทุน มีเพียงคนสนิทของข้าเท่านั้นที่มีสิทธิ์เรียนวิชาแกล้งตาย”“ดูอย่างเจ้าหลิงและเหลียนอี๋สิ แม้จะเป็นศิษย์ภายนอก แต่ก็เป็นที่รักของข้า ข้าจึงยกเว้นให้ถ่ายทอดวิชาแกล้งตายให้พวกนาง”“แล้วดูปู่เย่าเหลียนสิ แม้จะเป็นศิษย์ฝ่ายงานในสำนัก แต่ไม่มีวาสนาเซียน ข้าจึงไม่ถ่ายทอดให้เขา!”นี่เป็นครั้งแรกที่ลู่หยางได้ยินว่าในสำนักยังมีศิษย์ฝ่ายงานด้วยสายอมตะของพวกเรายังต้องมีคนทำงานทั่วไปด้วยหรือ?
ลู่หยางตั้งใจจะปฏิเสธ วิชาแกล้งตายไม่เข้ากับภาพลักษณ์ของนักกระบี่ผู้องอาจของเขา แต่เมื่อเห็นดวงตากลมโตเปียกชื้นของเซียนอมตะ เขาก็ไม่อาจใจแข็งพอที่จะปฏิเสธได้“ก็ได้ ข้าจะเรียน”“มา เรียกคำว่าอาจารย์ให้ฟังหน่อย”เซียนอมตะพูดอย่างดีใจ นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้าหยางน้อยมาเรียนวิชาจากนาง นางก็นับเป็นอาจารย์ของเจ้าหยางน้อยด้วยหากเจ้าหยางน้อยเป็นฮ่องเต้ถั่วยักษ์รุ่นที่สอง นางก็จะเป็นราชครูแล้วเพื่อให้เหมือนอาจารย์ เซียนอมตะยังเปลี่ยนเป็นชุดขุนนางสีเข้มหลวมๆ ถือหนังสือสองเล่มไว้ในมือ ดูเหมือนผู้มีความรู้ลู่หยางมองจนหางตากระตุก แต่คิดอีกที หากจะเรียนความรู้จากเซียนอมตะ ก็ควรเรียกคำว่าอาจารย์สักคำจึงต้องทำตามแบบศิษย์ ประสานมือคำนับอย่างเคารพนบ