มั่น สาบานว่าการเขียนวิชายุทธ์ครั้งต่อไปจะไม่ให้ศิษย์พี่ใหญ่ต้องเหนื่อยใจอีก!“อ้อใช่ ศิษย์พี่ใหญ่ เดี๋ยวเซียนน้อยจะสอนวิชาแกล้งตายให้ข้า”“วิชาแกล้งตาย?” อวี้จือก็สนใจวิชานี้เช่นกัน เอ้าหลิงและเหลียนอี๋ยังมีชีวิตอยู่ได้จนถึงทุกวันนี้ วิชาแกล้งตายมีส่วนช่วยอย่างมากก่อนหน้านี้เหลียนอี๋ท้าประลองกับตน ยังอาศัยวิชาแกล้งตายต่อสู้กับตนจนเสมอกัน ถือเป็นวิชาเทพจริงๆไม่นาน อาจารย์อมตะก็เริ่มสอน ลู่หยางในฐานะศิษย์ นั่งอย่างสงบเรียบร้อย อวี้จือไขว่ห้าง นั่งดื่มชาฟังอยู่ข้างๆ“ที่เรียกว่าวิชาแกล้งตาย เป็นวิชาชั้นยอดที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความตาย เวลา และสายใยโชคชะตา ที่ข้าคิดค้นขึ้น ยากที่จะเข้าใจยิ่งนัก ในอดีต เอ้าหลิงและเหลียนอี๋ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเรียนวิชาแกล้งตาย จึงค่อยเรียนสำเร็จอย่างฝืดเคือง”“แต่ข้าคิดว่าด้วยพรสวรรค์ด้านวิชาของเจ้าหยางน้อย ประกอบกับการสอนของข้า การเรียนรู้คงไม่มีความยาก”“วิชาแกล้งตายเป็นวิชาหลอกฟ้า หากต้องการหลอกสวรรค์ก่อนอื่นต้องหลอกตัวเอง”
“……ต้องมีจิตใจที่ปรารถนาความตาย จิตใจเย็นชาดุจเถ้าถ่านรักษาจิตใจเช่นนี้ไว้ จึงจะหลอกทุกคนได้ จึงจะตัดขาดสายใยโชคชะตาได้”“……ยังต้องเหลือความหวังเพียงเส้นเดียว นี่คือกุญแจสำคัญที่จะตายแล้วฟื้นคืนชีพได้”เมื่อพูดถึงความรู้ที่ตนคุ้นเคย เซียนอมตะพูดอย่างคึกคัก ขยับมือขยับเท้า ลู่หยางและอวี้จือต่างตั้งใจฟัง ซึ่งสร้างความพึงพอใจให้