นอิงเทียนเงยหน้าขึ้นพร้อมกับถอนหายใจด้วยความรู้สึกอิจฉา: “นั่นทำให้พวกเราทั้งสี่คนรู้สึกอิจฉามาก ไม่คิดว่านางแม้จะผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชนเผ่า ก็ยังสามารถกลับไปสู่จิตใจดั่งทารก กลับไปเป็นแบบที่เคยเป็นในตอนแรกเริ่ม ในสภาวะที่ใกล้ชิดธรรมชาติมากที่สุดเพื่อบรรลุความอมตะ จนทำให้มีนางในวันนี้”การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชนเผ่า?ลู่หยางได้ยินคำนี้แล้วนึกขึ้นได้ เซียนน้อยเคยบอกว่า นางกำเนิดในชนเผ่าเล็กๆ ครั้งหนึ่งมีหนึ่งคนและหนึ่งสัตว์อสูรต่อสู้กันพลังจากการต่อสู้ทำลายชนเผ่าเล็กๆ นั้น เมื่อพูดถึงหัวข้อนี้ เซียน
น้อยมีท่าทีเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด ลู่หยางคำนึงถึงความรู้สึกของเซียนน้อย จึงไม่ถามต่อตามความเข้าใจของเซียนอิงเทียน บุคลิกแรกเริ่มของเซียนน้อยเหมือนกับตอนนี้ แต่หลังจากชนเผ่าถูกทำลาย นางจึงเปลี่ยนเป็นคนเย็นชานี่ก็เป็นเรื่องปกติ หรือพูดอีกนัยหนึ่ง หากผ่านเหตุการณ์เช่นนี้แล้วยังมีท่าทีร่าเริงสดใส ต่างหากที่จะแปลกลู่หยางเข้าใจแล้ว ตอนแรกเริ่มเซียนอมตะเป็นคนใสซื่อไร้เดียงสา แต่หลังจากชนเผ่าถูกทำลาย นิสัยเปลี่ยนไปมาก กลายเป็นคนเย็นชาราวกับน ้าแข็ง หลังจากรวมรูปแบบของผลของการบำเพ็ญความดับเป็นเค้า ผ่านการชี้แนะจากเซียนแห่งกาลเวลา เซียนอมตะปล่อยวางอดีต กลับไปมีบุคลิกเดิม และบรรลุความอมตะ“แต่เซียนอิงเทียนผู้อาวุโส ท่านแน่ใจหรือว่าตอนที่เซียนน้อยเอาชนะท่านและเซียนฉี่หลิน นางทำหน้าเย็นชา?”เซี