ป็นไปได้อย่างไร เจ้าควรเป็นผลของการบำเพ็ญการยืมไม่ใช่หรอกหรือ!”ในช่วงปลายแคว้นต้าอวี๋ เขาให้ความสนใจกับเมิ่งจวินจื่อและเจียงผิงอันมาก ใช้การรับรู้ของเซียนที่เข้มแข็งสังเกตการณ์ตลอดเวลา จึงรู้ถึงรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าของทั้งสองคนมานานแล้วเมิ่งจวินจื่อควบคุมรูปแบบของผลของการบำเพ็ญการยืมเป็นเค้าวิธีการใช้ที่พบบ่อยที่สุดคือการยืมวัตถุวิเศษ ลิ่นซือ หรือสิ่งของต่างๆของศัตรู ทำให้ศัตรูเปล่าเปลือย ในขณะที่ตนมีอาวุธครบมือ ไม่มีทางสู้กับเขาได้เลยแต่ปัญหาคือรูปแบบของผลของการบำเพ็ญการยืมเป็นเค้าไม่เกี่ยวข้องกับเวลาเลย ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่มั่นใจในการต่อสู้ขนาดนี้!“เซียนน้อย เกิดอะไรขึ้น ผลของการบำเพ็ญการยืมก็สามารถยืมเวลาได้ด้วยหรือ?” ลู่หยางถาม เขาไม่เข้าใจการต่อสู้ระดับสูงเช่นนี้
ต่างจากกวานซานไห่ที่ยังไม่ทันตั้งตัว เซียนอมตะที่เห็นมามากสังเกตเห็นบางอย่าง “น่าสนใจนะ เมิ่งจวินจื่อเมื่อครู่คงไม่ได้ยืมเวลาแต่เพียงแค่เพิ่มความเร็วเท่านั้น”“นี่ทำให้ข้านึกถึงศัตรูคนหนึ่งที่เซียนแห่งกาลเวลาเคยพบบนเส้นทางสู่การบรรลุเซียน อีกฝ่ายควบคุมรูปแบบของผลของการบำเพ็ญความเร็วเป็นเค้า ขนานนามว่าความเร็วสูงสุดในโลก และเมื่อความเร็วถึงระดับหนึ่ง ก็จะเกี่ยวข้องกับเวลา ดังนั้นระหว่างคนนั้นกับเซียนแห่งกาลเวลา จึงมีเพียงคนเดียวที่สามารถบรรลุเซียนได้”“หรือว่าในยุคของพวกท่านก็มีคนที่ควบคุมรูปแบบของผลของการบำเพ็ญ