ูเหยาและอาจารย์หลวงรุ่นแรก เกือบได้ครองใต้หล้า การพ่ายแพ้ต่อท่านราชันฝันร้ายไม่ถือว่าน่าอับอาย แต่กลับกลายเป็นทุนเพื่อเป็นที่รู้จักของคนรุ่นหลังและเนื่องจากเพียงแค่พ่ายแพ้ต่อราชันฝันร้ายแต่ไม่ถึงกับเสียชีวิต แสดงว่าพลเอกหยกผู้นี้อาจเป็นกึ่งเซียนก็เป็นได้!“เจ้าหนูนี่มีความรู้อยู่บ้าง เดี๋ยวตอนเจ้าตาย ข้าจะลงมือเบาๆหน่อย” พลเอกหยกยิ้ม ในสายตาของเขา ลู่หยางเป็นคนตายไปแล้ว“กึ่งเซียนแห่งแคว้นต้าอวี๋กล้าปรากฏตัวในเมืองหลวงได้อย่างไรท่านไม่กลัวบรรพบุรุษตระกูลเจียงจะออกมือหรือ!”หากพูดว่าองค์ชายรองแย่งชิงลูกท้อเซียนยังถือเป็นการจลาจลภายใน ไม่คุ้มค่าให้บรรพบุรุษตระกูลเจียงออกมือ แต่การที่กึ่งเซียนแห่งแคว้นต้าอวี๋ลงมือในเมืองหลวง นั่นคุ้มค่าอย่างยิ่งที่บรรพบุรุษตระกูลเจียงจะออกมือ!
พลเอกหยกไม่กลัวตายหรือ?“โอ้ ดูเหมือนเจ้าจะรู้มากจริงๆ” พลเอกหยกมองลู่หยางด้วยความชื่นชมอย่างแท้จริง การรู้ความลับว่าบรรพบุรุษตระกูลเจียงเป็นเซียน แสดงว่าฐานะของลู่หยางสูงจริงอย่างที่ลือกัน เป็นผู้ที่สำนักเวิ่นเต๋ากำหนดให้เป็นเจ้าสำนักคนต่อไปแต่แล้วอย่างไร สำนักเวิ่นเต๋ายังไม่คู่ควรที่เขาจะให้ความสำคัญพลเอกหยกมองลู่หยางด้วยรอยยิ้มที่ไม่เป็นรอยยิ้ม อาจเพราะเห็นว่าลู่หยางเป็นคนตายแล้ว จึงยอมพูดมากขึ้น “แคว้นหยีโจวอยู่ห่างจากเมืองหลวงพอสมควร ข่าวยังส่งมาไม่ถึง”“พวกเราตั้งใจเผยร่องรอยในแคว้นหยีโจว เพื่อล่อให้ราชสำนักแคว