ไม่รู้ถึงตัวตนของเซียนอมตะ จึงคิดว่าเทพถั่วเป็นอีกตัวตนหนึ่งของอวี้จือเขาไม่รู้สึกแปลกใจที่ลู่หยางรู้จักเอ้าหลิงและเจียงเหลียนอี๋ เพราะว่าเอ้าหลิงและเจียงเหลียนอี๋ต่างก็ยอมรับต่อสาธารณะว่าเป็นสมาชิกของลัทธิสวรรค์ยุคโบราณสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจคือความสัมพันธ์ของลู่หยางกับเอ้าหลิงและเจียงเหลียนอี๋ดีมาก พอพบหน้าก็เข้าไปแนบชิด ท่าทางสนิทสนมอย่างยิ่งหากไม่ใช่เพราะจิ่นไฉเหวยขัดจังหวะ คงเข้าไปแนบชิดกว่านี้อีก
จิ่นไฉเหวยเป็นอวี่ฉียุคโบราณ นั่นก็หมายความว่านางเป็นภรรยาคนที่สามของเซียนฉี่หลินใช่ไหม?ฮ่องเต้นึกถึงการที่จิ่นไฉเหวยปฏิเสธการชักชวนของเขา จึงเข้าใจได้“เจ้าเกี่ยวอะไรด้วย!” เจียงเหลียนอี๋ปกป้องเซียนอมตะไว้ข้างหลังปกป้องลูกอ่อนอย่างมาก ราวกับกลัวว่าจิ่นไฉเหวยจะกลืนเซียนอมตะเข้าไปในคำเดียวจิ่นไฉเหวยมองใบหน้าของลู่หยางที่เปิดเผยความหล่อเหลาบางส่วนอย่างจริงจัง นึกถึงสิ่งที่ผ่านมาทั้งหมดลู่หยางอ้างว่าตัวเองเป็นเซียน แน่นอนว่าเป็นเซียนคุ้นเคยกับประวัติศาสตร์ยุคโบราณมากกว่าตัวนางเอง เป็นผู้อยู่ร่วมเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ยุคโบราณ เป็นเซียนยุคโบราณแสดงว่าลู่หยางต้องเป็นหนึ่งในเซียนทั้งสี่ยุคโบราณคุ้นเคยกับประวัติศาสตร์ยุคโบราณและยอมรับว่าตัวเองเป็นภรรยาคนที่สามของเซียนฉี่หลินเคยอุ้มตัวนางตัวนางไม่รู้สึกรังเกียจลู่หยาง ยังมีความรู้สึกใกล้ชิดตามธรรมชาติชอบทำตัวลึกลับ
เอ้าหลิงและเจียงเหลียนอี๋