กจากบัตรเชิญจากลูกชายคนที่สองของตระกูลเจียงแล้ว ยังมีบัตรเชิญจากบรรดานักปราชญ์มากมายตามมาไม่ขาดสาย ล้วนเชิญนางไปแต่งกลอนประพันธ์บทกวี ซึ่งตามความประสงค์ของลู่หยาง นางได้ปฏิเสธไปทั้งหมด“ฝ่าบาท ต้องเรียกว่าองค์ชายสอง” ลู่หยางเตือน หากต่อหน้าองค์ชายสองแล้วเรียกว่าลูกชายคนที่สองของตระกูลเจียง ก็เตรียมรับสีหน้าไม่พอใจจากองค์ชายสองได้เลย“อ๋อ งั้นก็ได้” เซียนอมตะเป็นฮ่องเต้ที่ดี รับฟังคำเตือน ลู่หยางพูดอย่างไร นางก็ฟังอย่างนั้น“ถ้าอย่างนั้นก็ไปบ้านของลูกชายคนที่สองของตระกูลเจียงสักหน่อย” เซียนอมตะชอบที่คึกคัก ในบัตรเชิญบอกว่า องค์ชายสองจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับลู่หยาง
“พาอาเมิ่งไปด้วยเถอะ เขารู้จักเรื่องราวในเมืองหลวงดี พวกเราไปถึงบ้านของลูกชายคนที่สองของตระกูลเจี… องค์ชายสอง ก็จะได้ไม่มืดแปดด้าน” ลู่หยางพูด เกือบพูดตามเซียนอมตะไปแล้วเมิ่งจิ่งโจวรู้ว่าองค์ชายสองต้องการเชิญลู่หยางไปงานเลี้ยงขมวดคิ้วเล็กน้อย ตามที่เขารู้จักองค์ชายสอง งานเลี้ยงครั้งนี้คงไม่ได้มีแค่การกินข้าวอย่างง่ายๆแต่เมื่อเซียนน้อยต้องการไป เขาก็ไม่กล้าขัดขวาง อย่างมากเมื่อเกิดเรื่อง เขาก็จะปกป้องเซียนน้อยเองครั้งนี้เมิ่งจิ่งโจวไม่ได้พาเมิ่งจิ่งอวี้ไปด้วย งานเลี้ยงแบบนี้ไม่เหมาะที่เมิ่งจิ่งอวี้จะติดตามไปงานเลี้ยงขององค์ชายสองกำหนดไว้อีกสามวัน หลังจากผ่านไปสามวัน เซียนอมตะพาลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวมุ่งหน้าไปยังงานเลี้ยงองค์ชายสอ