เซียน
“เป็นอย่างไร ท่านลู่ หากแต่งไม่ออก ก็ไม่จำเป็นต้องฝืน ยอมรับไปเลยก็ได้” หยางฉางปินเห็นเซียนอมตะเหม่อลอย หัวเราะเย็นชาแน่ใจว่าลู่หยางแต่งกวีไม่ได้เมิ่งจิ่งโจวอยากจะแต่งกวี แต่ปัญหาคือเขาแต่งกวีไม่เป็นจริงๆแต่งออกมาก็แค่ระดับกลอนกะทัดรัดเท่านั้นเมิ่งจิ่งอวี้มองเซียนอมตะอย่างห่วงใย ดึงแขนเสื้อเบาๆ นางมองออกว่าจงอี้และหยางฉางปินกำลังตั้งใจเล่นงานพี่ลู่หยางลั่วอู่ซวงขมวดคิ้ว รู้สึกว่าหยางฉางปินทำเกินไปหน่อย“แต่งก็แต่ง” เซียนอมตะกล่าว หยิบเครื่องเขียนทั้งสี่ออกมาจากแผ่นหยกประจำตัว บดหมึก เขียนอักษร ไม่นานก็เขียนกวีนิพนธ์เสร็จ“แต่งเร็วขนาดนี้เชียวหรือ?” หยางฉางปินขมวดคิ้ว นี่ราวกับคิดไว้ล่วงหน้าแล้ว ลงมือเขียนทันที ไม่ลังเลเลยเกิดความรู้สึกไม่ดีขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ ลู่หยางคงจะไม่ได้เชี่ยวชาญวิชาการบำเพ็ญแบบขงจื๊อจริงๆ หรอกกระมังสาวใช้รับกวีนิพนธ์ไป ส่งให้ใบ้เมิ่งอินที่อยู่หลังม่านสีเขียวอ่อน
ใบ้เมิ่งอินสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวหน้าม่านสีเขียวอ่อน ได้ยินหยางฉางปินขอให้ลู่หยางแต่งกวี นางตั้งใจจะช่วยลู่หยางแก้สถานการณ์ แต่ไม่คิดว่าลู่หยางจะสามารถแต่งกวีได้จริงๆ ในทันทีนางกวาดตามองตัวอักษรสองสามบรรทัดนี้ แล้วแสดงสีหน้าตกใจ ตื่นเต้นจนสองมือสั่นไม่หยุด นี่… นี่เป็นกวีนิพนธ์ที่ท่านลู่แต่งขึ้นในที่นี้จริงๆ หรือ?นางเตรียมพร้อมแล้วหากลู่หยางแต่งกวีนิพนธ์ไม่ได้ นางจะแต่งและอ่านให้แทนแต่นางไม่คิ