ดเลยว่าท่านลู่จะมีความสามารถสูงส่งเช่นนี้“คุณหนู?” สาวใช้สังเกตเห็นความผิดปกติของใบ้เมิ่งอิน จึงเตือนเบาๆใบ้เมิ่งอินราวกับตื่นจากฝัน กลับมาได้สติ สงบจิตใจ เตรียมอ่านกวี“ท่านใบ้ทำไมยังไม่อ่านกวีอีก?” จงอี้ขมวดคิ้ว นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทุกคนรู้สึกแปลกใจในขณะนั้น เสียงใสกังวานของใบ้เมิ่งอินดังมาจากหลังม่านสีเขียวอ่อน “ชิงอวี๋อัน – หยวนซี(ทำนองซิงอวี๋อัน เรื่องคืนเทศกาลโคมไฟ)…”
ทุกคนเงียบลง อยากฟังว่าลู่หยางแต่งอะไร เป็นกลอนกะทัดรัดหรือผลงานชั้นดี“สายลมตะวันออกพัดดอกไม้พันพฤกษา ยังพัดดาวร่วงหล่นราวสายฝน ม้าอาชาไนยรถแกะสลักกลิ่นหอมเต็มทาง เสียงขลุ่ยหงส์ดังก้อง แสงโคมหยกหมุนวน หนึ่งราตรีปลามังกรร่ายรำ”ความเงียบสงัดปกคลุมทุกคนในที่นั้นต่างดื่มด ่าในบรรยากาศที่กวีนิพนธ์บทนี้พรรณนาไม่อาจถอนตัวออกมาได้ “หนึ่งราตรีปลามังกรร่ายรำ… เพียงสองสามประโยคในส่วนแรก ก็พรรณนาบรรยากาศของเทศกาลหยวนเซียวได้อย่างมีชีวิตชีวา”กวีนิพนธ์ที่พรรณนาเทศกาลหยวนเซียว(เทศกาลโคมไฟ)มีไม่น้อย แต่ที่ใช้เพียงสองสามประโยคแล้วทำให้จมดิ่งลงไปในจินตนาการนั้น ไม่เคยมีมาหลายร้อยปีแล้วบางคนแอบมองหยางฉางปิน ไม่ว่าส่วนที่สองจะแต่งออกมาอย่างไร เพียงแค่ลีลาการพรรณนาอันแยบยลในส่วนแรก ก็เหนือกว่ากวีนิพนธ์ที่อลังการเกินไปของหยางฉางปินไปหลายขุมสีหน้าของหยางฉางปินเขียวคล ้า เขาไม่คิดว่ากวีนิพนธ์ที่ตนเตรียมมาอย่างพิถีพิถัน