กลับสู้กวีนิพนธ์ที่ลู่หยางแต่งขึ้นในที่นี้ไม่ได้เขาแค่นเสียงเย็นชา ส่วนแรกแต่งดีแล้วอย่างไร หากส่วนที่สองธรรมดา ก็เท่ากับทำลายกวีนิพนธ์บทนี้
เมิ่งจิ่งโจวไม่รู้สึกประหลาดใจนัก อย่างไรเสียก็เป็นเซียนยุคโบราณที่ทำอะไรก็ได้ แต่งกวีนิพนธ์ดีๆ สักสองสามบทไม่ใช่ปัญหาเมิ่งจิ่งอวี้มองเซียนอมตะด้วยความชื่นชม ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าเท่พี่ลู่หยางไม่เพียงมีพรสวรรค์ด้านการบำเพ็ญและการต่อสู้สูงแม้แต่กวีนิพนธ์ก็ยังเก่งขนาดนี้หรือ?หลังม่านสีเขียวอ่อน ใบ้เมิ่งอินอ่านส่วนที่สองเสียงเบา“แม่ผีเสื้อหลิวหิมะเส้นไหมทอง เสียงหัวเราะกังวานกลิ่นหอมแฝงจาง ค้นหาท่ามกลางหมู่คนนับร้อยพัน เมื่อพลันเหลียวหน้า กลับพบคนผู้นั้น… ภายใต้แสงโคมเลือนราง”เมื่ออ่านถึงบรรทัดสุดท้าย ใบ้เมิ่งอินมองประโยคสุดท้ายอย่างเหม่อลอย เมื่อครู่เพียงแค่อ่านผ่านตาอย่างรวดเร็ว ยังไม่อาจเข้าใจความหมายในกวีนิพนธ์ได้ แต่เมื่อได้อ่านต่อหน้าทุกคน นางค่อยๆเข้าใจความหมายของลู่หยาง“กลับพบคนผู้นั้น… ภายใต้แสงโคมเลือนราง ประโยคนี้เขียนถึงตัวข้าหรือ…”เงียบสงัดไม่มีแม้แต่เสียงกาหลังจากฟังส่วนที่สองจบ บางคนกำลังจะดื่มชา แขนค้างอยู่กลางอากาศ ถือถ้วยชา ไม่อาจยกถึงปากได้
คนส่วนใหญ่หันไปมองเซียนอมตะด้วยความตกตะลึง ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อหากพูดว่าส่วนแรกที่พรรณนาภาพอันงดงามคือกวีนิพนธ์ที่หาได้ยาก ส่วนที่สองที่พรรณนานั้นยกระดับกวีนิพนธ์บทนี้ไปสู่ระดับ