ที่สูงกว่ากวีนิพนธ์อมตะแห่งยุค!กวีนิพนธ์บทนี้ครอบคลุมทั้งยุคโบราณ กวีนิพนธ์ใดๆ ที่พรรณนาเทศกาลหยวนเซียวล้วนด้อยกว่า ไม่มีทางเปรียบเทียบกันได้!หยางฉางปินตั้งใจว่าแม้ส่วนที่สองจะแต่งดี ก็ต้องจับผิดให้ลู่หยางอับอาย แต่เมื่อใบ้เมิ่งอินอ่านส่วนที่สองจบ เขาก็อ้าปาก พูดอะไรไม่ออก ได้แต่หุบปากด้วยความผิดหวังเขาแม้แต่คุณสมบัติที่จะวิจารณ์กวีนิพนธ์บทนี้ยังไม่มี“มองข้าทำไมกัน?”เซียนอมตะหันไปมองเมิ่งจิ่งอวี้ข้างๆ สบตากับเมิ่งจิ่งอวี้ ไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงมีปฏิกิริยารุนแรงเช่นนี้ รู้สึกงุนงงเมิ่งจิ่งอวี้กำลังดื่มด ่ากับคำพรรณนา ” ค้นหาท่ามกลางหมู่คนนับร้อยพัน เมื่อพลันเหลียวหน้า กลับพบคนผู้นั้น… ภายใต้แสงโคมเลือนราง” พอสบตากับเซียนอมตะ หัวใจก็เต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้
นี่เป็นการใช้กวีนิพนธ์แสดงความรัก บางทีคนที่พี่ลู่หยางค้นหาอยู่ตลอดอาจเป็นตัวนางก็ได้“ดี ดีมาก ดีมาก ไม่คิดว่าท่านลู่ได้รับการถ่ายทอดวิชาจากท่านเต๋าปู้อวี่อย่างแท้จริง ถึงกับแต่งผลงานอมตะชั้นเลิศเชนนี้ได้!” จงอี้ตั้งใจจะใช้โอกาสนี้ทำให้ลู่หยางอับอาย แต่ไม่คิดว่าลู่หยางจะซ่อนความสามารถไว้ลึก ก่อนหน้านี้แสดงตัวเป็นอัจฉริยะด้านการบำเพ็ญเท่านั้น ไม่เคยเปิดเผยตัวตนผู้บำเพ็ญแบบขงจื๊อจงอี้คิดว่าตัวเขาเองเป็นคนที่มีเล่ห์เหลี่ยมมาก แต่หากเขามีความสามารถเช่นนี้ คงซ่อนไม่อยู่ คงใช้ความสามารถนี้สร้างชื่อเสียงไปทั่วใต้หล้าไปแล้ว ไม่รอจนถึงวั